ผู้เขียน หัวข้อ: *****การค้ำประกัน //คำถามท๊อปฮิตในช่วงนี้ เดือดร้อนกันเป็นแถวๆ  (อ่าน 945 ครั้ง)

admin

  • Administrator
  • Sr. Member
  • *****
  • กระทู้: 292
    • ดูรายละเอียด
    • www.nitikon.com



การค้ำประกัน

ขอรบกวนถามผู้มีความรู้นะคะ เรื่องมีอยู่ว่าดิฉันได้รับหนังสือจากสหกรณ์จังหวัดเชียงใหม่ ว่าบอกเลิกสัญญาและให้คืนเงิน+++้ ซึ่งดิฉันเป็นทายาทของผู้คำ้ประกันค่ะ คุณพ่อของดิฉันไปค้ำประกันให้กับสหกรณ์ผู้ปลูกกระเทียม ซึ่งได้+++้ไปตั้งแต่ปี 2536 ซึ่งตอนนั้นดิฉันยังเป็นเด็กอยู่เลยค่ะ แล้วทางสหกรณ์ผู้ปลูกกระเทียมชำระเงินไม่หมด ทางสหกรณ์จังหวัดเชียงใหม่เลยมีหนังสือทวงมาที่ทายาทอะคะ (คุณพ่อดิฉันเสียไปแล้วเมื่อปี 2552) เป็นเงินทั้งหมดทั้งเงินต้น ดอกเบี้ย ค่าปรับ ณ วันที่ 29 กรกฎาคม 2559 รวมแล้วจำนวน 379,078.39 บาทค่ะ ดิฉันเลยอยากถามว่าการค้ำประกันนี่ตกถึงทายาทเหรอค่ะ ซึ่งในหนังสือระบุว่าให้ไปชำระภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2559 หากพ้นกำหนดจะฟ้องศาลค่ะ ดิฉันจึงขอรวบกวนผู้ที่มีความรู้ช่วยตอบให้หน่อยค่ะว่าดินฉันควรทำอย่างไรดี (ดิฉันโดนในฐานะทายาทผู้ค้ำประกันค่ะ) ขอบคุณค่า

สุพรรณี อุตมะติง ส่งเมล์ถึง สุพรรณี อุตมะติง 49.231.236.* [ วันจันทร์ ที่ 29 สิงหาคม 2559 เวลา 10:10 น. ]




การค้ำประกันนี่ตกถึงทายาทเหรอค่ะ

คำตอบคือ ได้

ที่สำคัญ อย่าหลงไปผ่อนแทนคนตาย ไม่งั้น ได้ชำระหนี้แทน แต่ไม่เกินมรดกที่รับจากคนตาย


ควรปลอ่ยให้เขาฟ้อง มานะ

และหากโดนฟ้องจริงๆ ก็ต้องเข้าไปสู้ในคดี นะ



ดูตามแนวการตัดสิน นี้....



คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1343/2520

นายเอี่ยมศักดิ์ โดยร้อยตรีดำรง ผู้รับมอบอำนาจ โจทก์
นายนิน กับพวก จำเลย

ป.พ.พ. มาตรา 1754
ป.วิ.พ. มาตรา 84
โจทก์ฟ้องให้จำเลยที่ 2-4 รับผิดในหนี้ของผู้ตายในฐานะที่เป็นทายาทของผู้ตาย จำเลยต่อสู้ว่าคดีขาดอายุความ เพราะโจทก์มิได้ฟ้องคดีภายใน 1 ปี นับแต่วันเจ้ามรดกตาย โจทก์มีหน้าที่นำสืบให้เห็นว่าเพิ่งรู้ว่าเจ้ามรดกตายก่อนฟ้องไม่เกิน 1 ปี
คดีต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริงซึ่งศาลฎีกาต้องถือตามข้อเท็จจริงที่ศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยจากพยานหลักฐานในสำนวนนั้น เมื่อศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่า ไม่ปรากฏว่าโจทก์รู้หรือควรรู้ว่าเจ้ามรดกตายเมื่อใดและปรากฏว่าเจ้ามรดกตายก่อนฟ้องคดีถึง 3 ปี เช่นนี้คดีของโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2-4 ย่อมขาดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1754 วรรคสาม
________________________________

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ทำหนังสือสัญญา+++้เงินโจทก์ไปโดยมีนางปวนจอมองค์ ทำสัญญาค้ำประกัน เมื่อครบกำหนดจำเลยที่ 1 ไม่ชำระต้นเงินและดอกเบี้ย ต่อมาเมื่อประมาณ 3 ปีมานี้ นางปวนถึงแก่กรรม สิทธิและหน้าที่ในกองมรดกตกแก่จำเลยทั้งสี่ จึงขอให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันชำระเงินแก่โจทก์
จำเลยที่ 1 ให้การว่าโจทก์มอบเงินให้แก่จำเลยที่ 1 เพื่อจัดซื้อลำไย โดยให้ทำหนังสือสัญญา+++้ไว้ จำเลยที่ 1 ได้จัดซื้อลำไยและส่งไปให้โจทก์หลายครั้งเป็นการชำระหนี้ ยังคงค้างชำระอยู่ไม่ถึงจำนวนที่โจทก์ฟ้อง
จำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 ให้การว่า นางปวนผู้ค้ำประกันตายก่อนโจทก์ฟ้อง3 ปี สัญญาค้ำประกันจึงระงับ และโจทก์ไม่ใช้สิทธิฟ้องร้องภายใน 1 ปี คดีขาดอายุความ
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันชำระเงินให้แก่โจทก์ตามฟ้อง
จำเลยทั้งสี่อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โดยวินิจฉัยเรื่องอายุความว่า ทางพิจารณาไม่ปรากฏว่าโจทก์รู้หรือควรรู้ว่านางปวนถึงแก่กรรมเมื่อใด คดียังฟังไม่ได้ว่าฟ้องโจทก์ขาดอายุความ
จำเลยทั้งสี่ฎีกา จำเลยที่ 1 ฎีกาเฉพาะข้อเท็จจริง ศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาคงรับเฉพาะฎีกาของจำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 ซึ่งเป็นข้อกฎหมาย
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาว่าฟ้องของโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 ขาดอายุความหรือไม่นั้น ศาลฎีกาต้องถือตามข้อเท็จจริงที่ศาลอุทธรณ์ฟังว่าทางพิจารณาไม่ปรากฏว่าโจทก์รู้หรือควรรับรู้ว่านางปวนตายเมื่อใด ตามคำฟ้องปรากฏว่านางปวนตายเมื่อประมาณ 3 ปีมานี้ โจทก์จึงมีหน้าที่นำสืบให้เห็นว่าโจทก์เพิ่งรู้ว่านางปวนตายก่อนฟ้องไม่เกิน 1 ปี เมื่อศาลอุทธรณ์วินิจฉัยข้อเท็จจริงว่าไม่ปรากฏว่าโจทก์รู้หรือควรรู้เช่นนั้น แสดงว่าโจทก์มิได้นำสืบให้เห็นว่าโจทก์เพิ่งรู้เมื่อโจทก์สืบไม่ได้ทั้ง ๆ ที่โจทก์มีหน้าที่นำสืบ คดีสำหรับจำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 จึงขาดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1754 วรรคสาม
พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องสำหรับจำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์
( พิทยา มงคล - บัญญัติ สุชีวะ - พิสัณห์ ลีตเวทย์ )หมายเหตุ





โดยคุณ นิ๋ง 1.4.228.* [ วันจันทร์ ที่ 29 สิงหาคม 2559 เวลา 19:51 น. ] ผู้ตอบคนที่ 1
[ ลบคำตอบที่ 1 ]


*******************

ความเห็นส่วนแอดมินเพราะโดนด้วย ข้าราชการหลายรายที่ถูกฟ้องล้มละลายได้ ออกจากราชการนะครับ
อยากให้ชาตินี้เป็นชาติสุดท้ายของเรา