เมนูหลัก

ถอดรหัสปม "ถังขยะเปียก ลดโลกร้อน" สู่ทางออกการจัดการขยะยั่งยืน

เริ่มโดย admin, ต.ค 12, 2026, 03:48 PM หัวข้อก่อนหน้า - หัวข้อถัดไป
admin | 33 | (ผู้ดูแลระบบ/เว็บมาสเตอร์ใหญ่)
เมื่อ: ต.ค 12, 2026, 03:48 PM 23 ครั้ง
LINE it!

สรุปประเด็นข่าว: ถอดรหัสปม "ถังขยะเปียก ลดโลกร้อน" สู่ทางออกการจัดการขยะยั่งยืน
จากกรณีสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เผยแพร่ผลตรวจสอบโครงการ "ถังขยะเปียก ลดโลกร้อน" ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) 76 จังหวัด ซึ่งระบุว่ายังไม่บรรลุเป้าหมายตามความมุ่งหวัง ทั้งในแง่การคัดแยกขยะต้นทาง อัตราการซื้อขายคาร์บอนเครดิตที่ต่ำกว่าต้นทุนการทวนสอบ และความคุ้มค่าของการดำเนินโครงการ จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสังคม
ล่าสุด นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะผู้ริเริ่มผลักดันโครงการ ได้ทำจดหมายเปิดผนึกถึงผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงมุมมองรอบด้าน พร้อมเสนอแนะแนวทางปรับปรุงเพื่อประโยชน์สูงสุดของประเทศชาติและประชาชน
เจาะลึก 2 มุมมอง: สตง. พบอะไร VS ผู้ริเริ่มโครงการชี้แจงอย่างไร
1. ผลการตรวจสอบจาก สตง. (23 มีนาคม 2569)
- เป้าหมายยังไม่บรรลุ: การดำเนินงานและการรายงานข้อมูลของ อปท. บางแห่งไม่เป็นไปตามแนวทาง เช่น การไม่มีการใช้งานถังขยะเปียกต่อเนื่อง หรือครัวเรือนที่มีข้อมูลการจัดทำถังขยะเปียกมีเพียงร้อยละ 17.74 ซึ่งต่ำกว่ารายงาน
- ความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์: ช่วงปี 2565-2566 มีการรับรองคาร์บอนเครดิต 366,394.88 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า แต่มีการซื้อ-ขายเพียงร้อยละ 3.63 สร้างรายได้ราว 3.07 ล้านบาท ในขณะที่มีต้นทุนการทวนสอบสูงถึง 5.85 ล้านบาท (ขาดทุนตัวเลขทางบัญชีช่วงสั้น)
- ข้อเสนอแนะ: ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทบทวนรูปแบบโครงการให้เหมาะสมกับพื้นที่ พัฒนากลไกติดตามผล และสร้างระบบสนับสนุนตลาดคาร์บอนเครดิตจากท้องถิ่นให้เป็นรูปธรรม
2. คำชี้แจงและข้อเสนอแนะจาก นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ (อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย)
- หัวใจหลักคือ "การจัดการขยะต้นทาง": วัตถุประสงค์แท้จริงของโครงการคือการลดปริมาณขยะอินทรีย์ตั้งแต่ครัวเรือน ลดภาระงบประมาณของท้องถิ่นในการเก็บขนและกำจัดขยะ และลดก๊าซเรือนกระจก ส่วนรายได้จากคาร์บอนเครดิตเป็นเพียง "ผลพลอยได้" เท่านั้น
- มูลค่าที่ซ่อนอยู่ (คาร์บอนเครดิตที่ยังไม่ได้ขาย): นอกจาก 13,299เครดิตที่ขายได้แล้ว ยังมีคาร์บอนเครดิตที่ได้รับการรับรองแต่ยังไม่ได้จำหน่ายอีกกว่า 353,095 เครดิต ซึ่งหากคิดจากราคาเฉลี่ยจะมีมูลค่าเชิงโอกาสทางเศรษฐกิจกว่า 81 ล้านบาท
- ประโยชน์ด้านสุขอนามัยและสิ่งแวดล้อม: โครงการช่วยลดกลิ่นเหม็นและสัตว์พาหะนำโรค สร้างวินัยให้ประชาชน และเป็นต้นแบบที่ได้รับการชื่นชมจากองค์การสหประชาชาติ (UN Thailand) รวมถึงเวทีระดับโลก (COP28)
5 ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน
เพื่อไม่ให้ความตั้งใจในการแก้ปัญหาโลกร้อนต้องสะดุดลง นายสุทธิพงษ์ได้เสนอแนะแนวทางต่อ สตง. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดังนี้
- พิจารณาคาร์บอนเครดิตที่ยังไม่จำหน่าย: ขอให้มองเห็นโอกาสสร้างรายได้ในอนาคตจากเครดิตที่ได้รับการรับรองแล้วแต่ยังอยู่ในมือ
- ประเมินความคุ้มค่าจากประโยชน์หลัก: เน้นวัดความสำเร็จจากการลดขยะต้นทางและการสร้างวินัยประชาชน มากกว่าดูตัวเลขรายได้จากการขายคาร์บอนเครดิตเพียงอย่างเดียว
- เปิดรับฟังความคิดเห็นรอบด้าน: เชิญนักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญด้านขยะ วิทยาศาสตร์ และเศรษฐศาสตร์มาร่วมตรวจสอบ เพื่อให้ได้ข้อมูลที่รอบคอบและเป็นธรรม
- ผลักดันนโยบายรัฐสนับสนุนตลาดคาร์บอน: เสนอให้ สตง. จัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบายเพื่อให้เกิดกฎหมายและกลไกส่งเสริมการซื้อขายคาร์บอนเครดิตภายในประเทศที่ชัดเจน
- บูรณาการโครงการระยะยาว: เน้นย้ำให้ อปท. ขับเคลื่อนโครงการอย่างจริงจังและต่อเนื่อง พร้อมทั้งสร้างแพลตฟอร์มสนับสนุนข้อมูลในระดับพื้นที่อย่างเป็นระบบ
การตรวจสอบการใช้งบประมาณภาครัฐถือเป็นกลไกสำคัญในการรักษาผลประโยชน์ของแผ่นดิน แต่การประเมินโครงการด้านสิ่งแวดล้อมที่มุ่งเปลี่ยนพฤติกรรมมนุษย์ จำเป็นต้องมองภาพรวมทั้งมิติสุขอนามัย สิ่งแวดล้อม และคุณค่าทางสังคมควบคู่กันไป เพื่อให้ประเทศไทยสามารถก้าว
ไปสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนได้อย่างแท้จริง


สำนักข่าวนิติกรดอทคอม
อยากให้ชาตินี้เป็นชาติสุดท้ายของเรา