ประเด็นที่ 1.การกำหนดสัดส่วนของจนท.ผู้ต้องรับผิดทางละเมิด จะเป็นดุลพินิจของคกก.สอบละเมิด และผู้แต่งตั่งคกก.ที่จะกำหนดโดยมีเหตุผล+พฤติกรรมของผู้ต้องรับผิด ประกอบกับแนวทางที่กม.กำหนด +อาจจะมีแนวคำพิพากษาที่เกี่ยวของวางหลักไว้  ซึ่งเมื่อคดีขึ้นสู่ศาลปกครอง ศาลก็จะกำหนดให้ใหม่ได้(ที่สำคัญคือคำสั่งให้ชดใช้ต้องเป็นไปตามกม. คือ ประมาทเลินเล่ออย่างร้ายจนต้องรับผิด แต่เรื่องสัดส่วนความรับผิดของแต่ละคนศาลจะปรับให้ได้ แต่ถ้าคำสั่งออกมาโดยที่ศาลเห็นว่าไม่ได้ประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง หรือไม่ถูกรูปแบบและวิธีการอันเป็นสาระสำคัญขอวกม. ศาลก็จะเพิกถอนคำสั่งที่ให้จนท.ต้องรับผิด)
ประเด็นที่ 2. ถ้าพ้นกำหนดอุธรณ์แล้ว เราไม่ได้อุทธรณ์ ก็จะไปฟ้องศาลปกครองไม่ได้(ศาลไม่รับฟ้อง) เหลือแต่เพียงการขอให้พิจจารณาใหม่ ซึ่งมีหลัก้ดณฑ์ ตาม ม.54 พ.ร.บ.วิธีปฎิบัติราชการทางปกครองฯ ถ้าเขาไม่รับพิจารณาก็ต้องอุทธรณ์ แล้วฟ้องคดีต่อศาลปกครอง(ต้องดูหลักเกณฑ์ตาม ม.54 พ.ร.บ.วิธีปฎิบัติราชการทางปกครองฯ ประกอบ) 
ประเด็นที่ 3. ถ้าเราตรวจพบเอง เราก็สามารถเพิกถอนคำสั่งเองและออกคำสั่งใหม่ได้และต้องให้เขาอุทธรณ์คำสั่งใหม่อีก  และการออกคำสั่งใหม่ต้องพิจารณาเกี่ยวกับเรื่องอายุความประกอบด้วย แต่ปัจจุปันศาลปกครองนำหลักเรื่องอายุความสะดุดหยุดลง มาใช้แล้ว ก็จะออกคำสั่งใหม่ได้ง่ายกว่าเดิม

ตอบโดย อาจารย์เลอสรร  เทพช่วย