ครั้งหนึ่งในชีวิตข้าคือผู้พิชิตภูกระดึง

............................................

 

 

ผาหล่มสักที่ปล่อยอารมณ์เศร้าจากความรัก
ลมหนาวโชยโบยโบกวิโยคจิต ลมแผลงฤทธิ์เย็นเข้าขั้วหัวใจฉัน 
ฟังเสียงเพลงยิ่งพาใจให้จาบรรณ นิ่งเงียบงันความเหงาเข้ามาเยือน 
คืนนี้จันทร์ส่องพร่างกระจ่างฟ้า ท้องนภาแจ่มแจ้งแสงส่องเหมือน 
ใจยิ่งพาน้ำตาหลั่งนั่งมองเดือน ไม่ลืมเลือนคืนนี้ที่ภูกระดึง
ทั้งหน้าตาความหล่อเหลาพระเจ้าขีด แกะด้วยมีดสรรสร้างบ้างถูกขึง 
ยามใจเย็นตั้งใจแน่แลกลมกลึง เรานี้จึงอัปลักษ์ท่านพักงาน 
คิดๆไปจนดึกนึกขึ้นได้ พรุ่งนี้ไซร้ต้องตื่นเช้ารีบเข้าฐาน
 ต้องกายามาตั้งนาน เดี๋ยวจะพาลเป็นไข้ไม่สบาย 
คืนเดือนส่องหมองใจไว้แค่นี้ พอกันที่ทุกข์ไปไร้ความหมาย
มัวเศร้าเราใจเพลียเสียเชิงชาย มัววุ่นวายจิตใจทำไมเอย

..........บทประพันธ์โดยโจ๋

ธรรมชาติกับความรัก
สักวาไผ่ต้องลมระทมเศร้า สุดจะเหงาไผ่หลุดขั้วหัวใจหวิว
ยามลมพัดไกวกวัดสะบัดปลิว ลอยละลิ่วใจอนาจจะขาดรอน
เสียงเรไรดังคำรำพันว่า ดวงใจข้าหลงรักนางอัปสร
ยิ่งคิดตรองมองดูหมู่ภมร..ต่างบินว่อนเกี้ยวพาราสีกัน
ดวงชะตาวาสนาของข้าเอ๋ย เจ้าทรามเชยเพียงให้ได้แค่ฝัน
แม้กวางน้อยยังมีคู่อยู่ด้วยกัน ช่างเป็นวันที่สุขเศร้าคละเคล้าไป
ใจดวงนี้ช่างอาภัพกับความรัก ไม่รู้จักรักจริงเน้นเป็นไฉน
รู้อย่างเดียวว่าอกหักเป็นเช่นไร..เพียงเก็บไว้ไม่เคยจำช้ำบ่อยเอย
.
..โดยโจ๋ที่เจ็บช้ำ