กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้

หน้า: 1 ... 8 9 [10]
91



การยกให้เป็นสาธารณประโยชน์ มีข้อดี ข้อเสียอย่างไร

ข้อดี ข้อเสีย มีไรบ้างครับ
ในการที่หมู่บ้านจัดสรร ยกให้เป็นทางสาธารณะซึ่งเทศบาลกำกับดูแล รบกวนทีครับ

กุ๊กไก่ ส่งเมล์ถึง กุ๊กไก่ 27.130.1.* [ วันศุกร์ ที่ 3 มีนาคม 2560 เวลา 08:22 น. ]

ยกให้เป็นททาสาธารณะ
เจ้าของโครงการจะโยนความรับผิดชอบ
มาให้เทศบาล ซึ่งมีอำนาจหน้าที่ในการดูแลรักษา
ที่/ทางสาธารณะ
ถ้าไม่ยกให้ ก็เป็นเรื่องของเจ้าของโครงการ
/หมู่บ้าน ตาม พรบ จัดสรรที่ดิน
** * ประมาณว่า....
เป็นทางสาธาณะๆก็ใช้สัญจรโดยทั่วไป ไม่มีสิทธิหวงห้าม
การเข้าออก เป็นทางในหมู่บ้านก็ปิดกั้น จ้างยามมารักษาทางเข้าออกได้
โดยคุณ น12 118.172.188.* [ วันศุกร์ ที่ 3 มีนาคม 2560 เวลา 11:55 น. ] ผู้ตอบคนที่ 1
[ ลบคำตอบที่ 1 ]

ข้อดี ได้บุญ แถวๆการสัญจรสะดวก พัฒนาขึ้น
ข้อเสีย เสียที่คับๆๆๆ
โดยคุณ มหา 182.53.89.* [ วันศุกร์ ที่ 31 มีนาคม 2560 เวลา 10:43 น. ] ผู้ตอบคนที่ 2
[ ลบคำตอบที่ 2 ]
92


การติดตั้งลำโพงและเครื่องขยายเสียงบนรถ+++้ภัย

อยากทราบว่า กรณีที่เราจะติดตั้งลำโพงและเครื่องขยายเสียงเพื่อการประชาสัมพันธ์ข่าวสารของเทศบาล บนรถ+++้ภัยซึ่งเป็นทรัพย์สินของงานป้องกัน สำนักปลัดฯ แล้วสำนักปลัดฯบอกว่า การประชาสัมพันธ์เป็นเรื่องของกองวิชาการฯ ต้องเป็นคนติด

กรณีนี้กองวิชาการฯ จะสามารถติดตั้งลำโพงและเครื่องขยายเสียงที่รถ+++้ภัยซึ่งไม่ใช่ทรัพย์สินของกองฯ ทำได้หรือไม่

และจะเป็นการใช้รถผิดประเภทด้วยหรือไม่ ขอบคุณค่่ะ

สงสัย 118.172.107.* [ วันเสาร์ ที่ 1 เมษายน 2560 เวลา 15:47 น. ]

ทำได้ เพราะรถก็เป็นของและใช้ในงานเทศบาล
ลำโพงและเครื่องขยาย เป็นของและใช้ในงานเทศบาล
การประชาสัมพันธ์ข่าวสารของเทศบาล ก็เป็นงานของเทศบาล
***ลองดูระเบียบ การใช้รถ
รถส่วนกลาง รถรับรอง ให้ใช้เพื่อกิจการอันเป็นส่วนรวมขององค์กรปกครองส่วน
ท้องถิ่นหรือเป็นประโยชน์ของทางราชการ ตามหลักเกณฑ์ที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเจ้าของรถกำหนดขึ้น
โดยคุณ น12 1.0.140.* [ วันจันทร์ ที่ 3 เมษายน 2560 เวลา 10:54 น. ] ผู้ตอบคนที่ 1
[ ลบคำตอบที่ 1 ]
93


จ้างเหมาบริการลูกรองประธานสภา

นายก อบต. จ้างเหมาบริการลูกรองประธานสภา ทำงานช่วยเจ้าหน้าที่การเงิน ได้หรือไม่ ถือว่าเป็นผู้มีส่วนได้เสียในสัญญากับ อบต หรือไม่

คนมีปัญหา 118.174.42.* [ วันพุธ ที่ 2 เมษายน 2557 เวลา 14:45 น. ]

อย่าคิดมากครับ แค่เป็นผู้รับจ้างตามสัญญาจ้างระเบียบพัสดุปกติธรรมดา ๆ
โดยคุณ ผู้ผ่านมา 110.164.32.* [ วันพฤหัสบดี ที่ 3 เมษายน 2557 เวลา 09:16 น. ] ผู้ตอบคนที่ 1
[ ลบคำตอบที่ 1 ]

การเข้าเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนในสัญาที่ทำกับ อบต นั้น เข้าใช้บังคับกับสัญญาตามระเบียบพัสดุ ซึ่งอยู่ในดุลพินิจของ นายก ที่จะทำสัญญา เขาไม่ต้องการให้นายกหรือสมาชิกเข้ามาครอบงำและใช้อิทธิผลไปในทางไปไม่ชอบ ดงันั้นการเเข้เป็นผู้มีส่วนได้เสียกับ อบต เข้าถือสัญญาที่อยู่ในบังคับระเบียบพัสดุเป็นหลัก การจ้างเหมาบริการแม้จะทำตามหนังสือปี 2541 แต่ก็อยู่ในลักษณะการจ้างตามระเบียบพัสดุนั่นเอง ไม่น่าจะเสี่ยง นะ เพราะ 90 % เข้าหลักเกณ๊ฑ์การต้องห้ามไปแล้ว ถ้ายังไม่ทำก็ไม่น่าจะทำ ถ้าทไปแล้วก็รีบเลิกสัญญานะ หวังดี
โดยคุณ เหยี่ยว 118.174.139.* [ วันพฤหัสบดี ที่ 3 เมษายน 2557 เวลา 09:36 น. ] ผู้ตอบคนที่ 2
[ ลบคำตอบที่ 2 ]

ทำไมไม่เปิดกรอบอัตรากำลังเป็นพนักงานจ้าง
โดยคุณ ผ่านมา 1.179.179.* [ วันศุกร์ ที่ 4 เมษายน 2557 เวลา 11:02 น. ] ผู้ตอบคนที่ 3
[ ลบคำตอบที่ 3 ]

ตอบคำถามคุณผ่านมา การจ้างด้วยวิธีนี้มันทำได้ง่าย ไม่ต้องขอจังหวัด เป็นทางหาเงินของนายกได้อย่างง่ายดาย ที่ทำงานนะตอนนี้มีแต่จ้างเหมาบริการแทบทุกตำแหน่ง สงสารเงินหลวงจริงๆ ไอ้ที่จ้างมาก็ไม่มีไรทำหรอก คนที่เป็นพัสดุก็ต้องหาปริมาณงานให้ได้เหมาะสมกับการที่จะจ้าง กรรมจริงๆๆ
โดยคุณ คนมีปัญหา 118.174.42.* [ วันอังคาร ที่ 8 เมษายน 2557 เวลา 15:53 น. ] ผู้ตอบคนที่ 4
[ ลบคำตอบที่ 4 ]

ตอบคำถามคุณผ่านมา การจ้างด้วยวิธีนี้มันทำได้ง่าย ไม่ต้องขอจังหวัด เป็นทางหาเงินของนายกได้อย่างง่ายดาย ที่ทำงานนะตอนนี้มีแต่จ้างเหมาบริการแทบทุกตำแหน่ง สงสารเงินหลวงจริงๆ ไอ้ที่จ้างมาก็ไม่มีไรทำหรอก คนที่เป็นพัสดุก็ต้องหาปริมาณงานให้ได้เหมาะสมกับการที่จะจ้าง กรรมจริงๆๆ
โดยคุณ คนมีปัญหา 118.174.42.* [ วันอังคาร ที่ 8 เมษายน 2557 เวลา 15:54 น. ] ผู้ตอบคนที่ 5
[ ลบคำตอบที่ 5 ]

เรื่องที่ถามมามีแนวคำตอบครับ
ตามหนังสือ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ที่ มท 0804.3/20438 ลว 5 ตุลาคม 2552
สรุปได้ว่า ต้องพิจารณาว่า ประธานฯได้รับประโยชน์ใดๆจากสัญญาหรือไม่ หากไม่ ก็ไม่ถือว่ามีส่วนได้เสียในสัญญาครับ ซึ่งข้อเท็จจริง ผมมองว่าไม่ได้ประโยชน์ใดๆนะครับ ก็ถือว่าไม่มีส่วนได้เสีย
สนใจให้ เมล์มาขอที่ rop.rd@hotmail.com จะส่งให้ครับ
โดยคุณ จิรภาส 61.19.155.* [ วันศุกร์ ที่ 11 เมษายน 2557 เวลา 15:24 น. ] ผู้ตอบคนที่ 6
[ ลบคำตอบที่ 6 ]

ปัญหาที่จะกิดขึ้นตามหนังสือที่อ้างถึง ก็คือ อะไรคือประโยชน์หรือส่วนได้เสียครับ การให้เข้าทำสัญญากับ อบต. หรือเทศบาล โดยอยู่ภายใต้ระเบียบพัสดุ ไม่ใช่ภายใต้หลักเกณฑ์ของพนักงานจาง คงตอบยากน่าดูว่าประโยชน์ที่ประธานสภาได้รับนั้นคืออะไร กับการให้ลูกได้ทำสัญญากับ เทสบาล
แม้หนังสือฉบับที่ทอ้างจะเปิดทางให้พิจารณาว่าประธานสภาได้อะไร แต่คงตอบยากนะ รั้งแต่จะเปิดทางให้เกิดปัญหาขึ้นมาในภายหลัง การจ้างเหมาที่กล่าวนั้นจำเป็นหรือไม่ที่จะต้องจ่างแต่เฉพาะลูกประธ่นสภา คนอื่นได้มัย เหตุใดจึงจำเฉพาะไปลูกประธาน ท่านตอบคำตอบนี้ได้หรือไม่ การจ้างลูกประธานสภาเกิดประโยชน์กับ เทสบาลกว่าการจ้างคนอื่นอย่างไร ตอบคำถามข้อนี้ได้ปรือไม่ ส่วนได้เสียโดยอ้อมจะเกี่ยวข้องกับการจ้างเหมาลูกประธานหรือไม่อย่างไร ตอบได้หรือไม่
การที่หนังสือเปิดช่องให้ปฏิบัติ ก็มิใช่ว่าจะปฏิบัติไปตามโดยไม่พิจารณา เมื่อมีหนังสือเปิดช่องทางแล้ว เราก็ต้องพิจารณาหลักเกณฑ์ที่มีอยู่ตามระเบียบพัสดุประกอบด้วย เช่นอย่างกรณี หากผู้ประสบปัญหาสามารถตอบคำตอบหลักขางต้นได้บนพื้นฐานของเหตุผลทางกฎฆมายไม่ใช่ความรู้สึกส่วนตัว ก็สามารถปฏิบัติตามหนังสือที่คุณ จิรภาส ได้กรุณาบอกกล่าวได้ แต่ถ้าไม่สามารถตอบได้ทุกข้อ ก็พิจารณาต่อไปว่าหลักความเสี่ยงกับความคุ้มค่าของประธานสภา ความเดือดร้อนใจในภายหลังจะอยู่ตรงไหนกัน โชคดีนะครับ
โดยคุณ เหยี่ยว 1.1.164.* [ วันอาทิตย์ ที่ 13 เมษายน 2557 เวลา 20:40 น. ] ผู้ตอบคนที่ 7
[ ลบคำตอบที่ 7 ]
94



โอนที่ดินให้เป็นที่ราชพัสดุ?

กรณีมีผู้บริจาคท่ีดินให้ อบต. และทำตามวัตถุประสงค์แล้ว ต่อมา อบต.ไม่ประสงค์ใช้ที่ดังกล่าวแล้วเพราะมีที่ใหม่ และ ผู้บริจาค ต้องการใช้ที่ดังกล่าวให้เป็นที่ตั้ง รพสต. และทาง อบต.ไม่ขัดข้อง ดังนี้ อบต.จะโอนให้เป็นที่ราชพัสดุ เพื่อให้ รพสต.ขอให้ต่อ โดยอาศัยระเบียบพัสดุ ข้อ 150(3) ไม่ทราบถูกต้องหรือไม่ ขอความเห็นด้วยครับ และมีท่านใดเคยทำในกรณีแบบนี้หรือไม่ (เป็นความประสงค์ของผู้บริจาค + อบต.ไม่ขัดข้อง)

153 1.1.162.* [ วันพุธ ที่ 16 กันยายน 2558 เวลา 12:56 น. ]

ตอนนี้ที่ดินที่ท่านว่า เป็นชื่อของใครครับ เป็นชื่อของ อบต.หรือยัง
โดยคุณ เซรุย 180.180.166.* [ วันพุธ ที่ 16 กันยายน 2558 เวลา 14:03 น. ] ผู้ตอบคนที่ 1
[ ลบคำตอบที่ 1 ]

เป็นของ อบต. แล้วครับ
โดยคุณ 153 1.1.162.* [ วันพุธ ที่ 16 กันยายน 2558 เวลา 14:05 น. ] ผู้ตอบคนที่ 2
[ ลบคำตอบที่ 2 ]

น่าคิดนะครับ เพราะเมื่อเป็นของ อบต.แล้ว ที่ดินย่อมเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินตาม ปพพ. การจะโอนไม่ว่าจะให้เอกชน หรือหน่วยงานรัฐคงไม่ง่ายแต่การจะจำหน่ายพัสดุ ตามระเบียบพัสดุ ข้อ 150 (3) ที่ท่านว่า จะต้องมีเหตุผล คือ 1.ไม่จำเป็นที่จะใช้แล้ว 2. ใช้ต่อไปจะสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายมาก ซึ่งส่วนตัวผมมองว่า ทรัพย์สินของ อบต.ที่เป็นที่ดิน ไม่น่าจะเข้าข้อ ระเบียบพัสดุ150 ที่สำคัญ ระเบียบพัสดุก็เขียนไม่ชัดว่าถ้าจะโอนต้องทำอย่างไร มีหนังสือสั่งการหรือ ระเบียบอื่นๆ รองรับแค่ไหน แล้วหน่วยงานที่จะรับโอนมีระเบียบ กำหนดขั้นตอนและวิธีการอย่างไร ผมคิดว่า เรื่องนี้ถ้าทำได้คงไม่ใช่เรื่องง่ายครับ เพราะเป็นอสังหาริมทรัพย์ ท่านใดเคยทำ หรือมีความรู้ก็ช่วยหน่อยครับ เป็นความรู้ครับ
โดยคุณ เซรุย 180.180.166.* [ วันพุธ ที่ 16 กันยายน 2558 เวลา 14:37 น. ] ผู้ตอบคนที่ 3
[ ลบคำตอบที่ 3 ]

บันทึกสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
เรื่องเสร็จที่ 695/2548
เรื่อง การขายอสังหาริมทรัพย์ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ได้มีหนังสือ ที่ มท ๐๘๐๘.๒/๖๗๓๐ ลงวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๔๘ ถึงสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สรุปความได้ว่า จังหวัดระยองได้มีหนังสือหารือกรณีเทศบาลตำบลบ้านเพ อำเภอเมืองระยอง จะขายที่ดินที่ได้จัดซื้อมาเพื่อใช้เป็นสถานที่ฝังกลบขยะ จำนวน ๗๖ ไร่ ๑ งาน ๓ ตารางวา แต่ปัจจุบันไม่สามารถใช้ดำเนินการตามวัตถุประสงค์ที่ซื้อมาได้ จึงประสงค์จะขายที่ดินแปลงดังกล่าว เพื่อนำเงินมาเป็นรายได้ของเทศบาล เช่นนี้จะกระทำได้หรือไม่
กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นพิจารณาแล้วมีความเห็นว่า เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่า เทศบาลตำบลบ้านเพได้จัดซื้อที่ดินดังกล่าวมาเพื่อใช้เป็นสถานที่ฝังกลบขยะของเทศบาลตำบลบ้านเพ ซึ่งโดยวัตถุประสงค์ของการใช้มีลักษณะเป็นการสงวนที่ดินไว้เพื่อใช้ประโยชน์ในการจำกัดขยะมูลฝอยและสิ่งปฏิ+++ลซึ่งเป็นการจัดระบบบริการสาธารณะเพื่อประโยชน์ของประชาชนในเขตเทศบาลตำบลบ้านเพ อันอยู่ในอำนาจหน้าที่ของเทศบาลตามมาตรา ๕๐ (๓) แห่งพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. ๒๔๙๖ และมาตรา ๑๖ (๑๘) แห่งพระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๒ ที่ดินแปลงดังกล่าวจึงถือเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๐๔ และเทศบาลตำบลบ้านเพจะจำหน่ายจ่ายโอนที่ดินแปลงดังกล่าวมิได้ เว้นแต่อาศัยอำนาจตามบทกฎหมายเฉพาะหรือพระราชกฤษฎีกา ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๐๕
เนื่องจากประเด็นปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาข้อกฎหมายและยังไม่เคยมีแนวทางปฏิบัติมาก่อน ประกอบกับเพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติสำหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จึงหารือว่าความเห็นของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นข้างต้นถูกต้องหรือไม่
คณะกรรมการกฤษฎีกา (คณะที่ ๑) ได้พิจารณาข้อหารือดังกล่าว ประกอบกับได้รับฟังคำชี้แจงจากผู้แทนกระทรวงการคลัง (กรมธนารักษ์) ผู้แทนกระทรวงมหาดไทย (กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น) ผู้แทนจังหวัดระยอง และผู้แทนเทศบาลตำบลบ้านเพ แล้ว เห็นว่า การที่สุขาภิบาลบ้านเพซึ่งต่อมาได้ยกฐานะเป็นเทศบาลตำบลบ้านเพได้จัดซื้อที่ดินที่เป็นปัญหามาเพื่อใช้ประโยชน์แก่สุขาภิบาลบ้านเพในการดำเนินการตามโครงการจัดซื้อที่ดินเพื่อใช้ดำเนินการก่อสร้างระบบกำจัดขยะมูลฝอยภายใต้แผนปฏิบัติการเพื่อการจัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อมในระดับจังหวัด ที่ดินดังกล่าวจึงมีฐานะเป็นทรัพย์สินใช้เพื่อประโยชน์ของสุขาภิบาลหรือเทศบาลโดยเฉพาะ ไม่ว่าเงินที่นำมาซื้อนั้นจะเป็นเงินรายได้ของเทศบาลหรือเป็นเงินที่ได้รับการสนับสนุนมาจากส่วนราชการก็ตาม และโดยที่เทศบาลเป็นหน่วยงานของรัฐ จึงมีฐานะเป็นส่วนหนึ่งของรัฐและมาตรา ๑๓๐๔[๑] แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ได้บัญญัติไว้ว่า สาธารณสมบัติของแผ่นดินนั้น รวมทรัพย์สินทุกชนิดของแผ่นดินซึ่งใช้เพื่อสาธารณประโยชน์หรือสงวนไว้เพื่อประโยชน์ร่วมกัน โดยคำว่า “แผ่นดิน” ตามมาตรา ๑๓๐๔ นี้ ย่อมจะต้องหมายถึง “รัฐ” หรือ “หน่วยงานของรัฐ” นั่นเอง ดังนั้น เมื่อที่ดินแปลงที่เป็นปัญหานี้เป็นทรัพย์สินที่ใช้เพื่อประโยชน์ของเทศบาลตำบลบ้านเพโดยเฉพาะ ที่ดินดังกล่าวจึงมีฐานะเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินตามนัยแห่งมาตรา ๑๓๐๔ (๓) และการโอนที่ดินนั้นต้องปฏิบัติตามมาตรา ๑๓๐๕[๒] ที่บัญญัติให้กระทำได้ก็แต่โดยอาศัยอำนาจแห่งบทกฎหมายเฉพาะหรือพระราชกฤษฎีกา
ด้วยเหตุผลดังกล่าวข้างต้น หากเทศบาลตำบลบ้านเพประสงค์จะโอนขายที่ดินแปลงดังกล่าวให้แก่เอกชน ก็จำเป็นต้องดำเนินการโดยวิธีเสนอร่างพระราชบัญญัติเพื่อโอนที่ดินดังกล่าวตามขั้นตอนที่กำหนดไว้ในประมวลกฎหมายที่ดินมาตรา ๘[๓] วรรคสอง (๒)

(ลงชื่อ) พรทิพย์ จาละ
(คุณพรทิพย์ จาละ)
เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา
โดยคุณ นิติกร หนึ่ง 116.58.232.* [ วันพุธ ที่ 16 กันยายน 2558 เวลา 15:36 น. ] ผู้ตอบคนที่ 4
[ ลบคำตอบที่ 4 ]

หารือดีที่สุดคับ...จะได้ชัวร์ และไม่เกิดปัญหาในภายหลัง
โดยคุณ โชคดี 1.1.181.* [ วันพฤหัสบดี ที่ 17 กันยายน 2558 เวลา 10:02 น. ] ผู้ตอบคนที่ 5
[ ลบคำตอบที่ 5 ]

ขอแจม๑ ความเห็นเมื่อที่ดินเข้าตามม.๑๓๐๔(๓)ย่อมตกเป้นที่ราชพัสดุ กระบวนการของที่ราชพัสดุท่านลองสอบถามราชพัสดุจังหวัดหรือธนารักษ์จังหวัด(อันเดียวกัน)นะท่านเมื่อเข้าที่ราชพัสดุเป็นกระบวนการธนารักษ์จังหวัดจะนำเรื่องนี้เข้าที่ประชุมระดับจังหวัดว่าผู้ใช้ที่ราชพัสดุแปลงนี้ยินยอมให้ รพ.สต.เข้าใช้ประโยชน์ตามโครกงการที่แนบท้ายแล้วนำไปเสนอในระดับจังหวัดเมื่อคณะกรรมการธนารักษ์จังหวัดไม่ขัดข้อง รพ.สต ก็เข้าดำเนินการได้ กรณีนี้ อบต.ทุ่งเขาหลวงอ.ทุ่งเขาหลวงจังหวัดร้อยเอ็ด.ของผู้ตอบได้เคยขอใช้ที่ราชพัสดุจาก (อนามัยเดิ่มเรียกอนามัยตำบล)โดยพื้นที่อนามัยมีส่วนที่เหลือจากปลูกสร้างอาคารและบ้านพัก โดย อบต.ขอใช้ทำโครงการปรับปรุงเป้นสถานที่ออกกำลังกายโดยแนบโครงการ และระยะเวลาการขอใช้ นำเสนอธนารักจังหวัด และธนารักษ์จังหวัดนำเข้าที่ประชุมระดับจังหวัด เมื่อที่ประชุมมีมติไม่ขัดข้อง ก็ทำข้อตกลงไว้แล้วเข้าดำเนินการได้ประมาณนี้นะท่าน เริ่มต้นที่ประสานงานกับธนารักษ์จังหวัดก่อนครับผม หรือท่านอื่นเห็นต่างอย่างไรช่วยชี้แนะเพิ่มเติมด้วยครับท่าน
โดยคุณ นิติกรอิสาน๐๕๐ 171.98.221.* [ วันอาทิตย์ ที่ 20 กันยายน 2558 เวลา 16:21 น. ] ผู้ตอบคนที่ 6
[ ลบคำตอบที่ 6 ]

95


ผู้ถูกกล่าวหารับสารภาพ ช่วงแจ้ง สว.2 จะต้องดำเนินการอย่างไรครับ

กำลังดำเนินการสอบวินัยครับ ได้คุยรายละเอียดนอกรอบกับผู้ถูกกล่าวหา ซึ่งดูเหมือนเค้าจะรับสารภาพ เช่นนี้แล้วหากวันแจ้งข้อกล่าวหา ผู้ถูกกล่าวหาเกิดรับสารภาพ

(กฎหมายวางหลักว่า " ในกรณีที่ผู้ถูกกล่าวหาให้ถ้อยคำรับสารภาพว่าได้กระทำการตามที่ถูกกล่าวหาให้คณะกรรมการสอบสวนแจ้งให้ผู้ถูกกล่าวหาทราบว่าการกระทำตามที่ถูกกล่าวหาดังกล่าว เป็นความผิดวินัยกรณีใด...หากผู้ถูกกล่าวหายังคงยืนยันตามที่รับสารภาพ ให้บันทึกถ้อยคำรับสารภาพรวมทัง้ เหตุผลในการรับสารภาพ (ถ้ามี) และสาเหตุแห่งการกระทำไว้ด้วย ในกรณีเช่นนี ้คณะกรรมการสอบสวนจะไม่ทำการสอบสวนต่อไปก็ได้ "

ส่วนตัวไม่เคยทำแบบผู้ถูกกล่าวหารับสารภาพครับ ในทางปฏิบัติจะดำเนินการอย่างไรครับ
1.บันทึกถ้อยคำรับสารภาพ หน้าตาเป็นอย่างไร
2.เมื่อสารภาพ ต้องจัดทำเอกสารอะไรบ้าง สว.4/5/6 ต้องทำหรือไม่
3.จะแจ้งจังหวัดยังไง

ขอบคุณล่วงหน้าครับ

New lawyer 61.7.168.* [ วันอังคาร ที่ 26 สิงหาคม 2557 เวลา 10:00 น. ]

-เมื่อรับสารภาพแล้วในชั้นแจ้งสว.2 คณะกรรมการต้องสอบสวนพฤติกรรมที่ได้รับสารภาพนั้นว่า ได้กระทำอย่างไร วัน เวลา ใด (ดูองค์ประกอบความปผิดวินัยในเรื่องนั้นๆ)ก็ดำเนินการสอบประจักษ์พยานที่ผู้ถูกกล่าวหาให้การพาดพิงไว้..เมื่อเห้นว่ามีน้ำหนักสอดรับกับคำสารภาพแล้ว ก็ประชุมคณะกรรมการเพื่อลงมติว่า สมควรลงโทษถานใด จัดทำ สว.6 แล้วรายงาน ผู้แต่งตั้งคณะกรรมการ..(นายกฯ) เมื่อนายกสั่งอย่างไร ก็ดำเนินาการตามนั้น (ถ้าวินัยไม่ร้ายแรงออกคำสั่งลงโทษแล้วรายงาน จังหวัด) ถ้าโทษวินัยร้ายแรง รอผลมติ ก.จังหวัดก่อนออกคำสั่งลงโทษ ประมาณนี้นะท่าน ท่านอื่นเห้นต่างอย่างไรช่วยชี้แนะเพิ่มเติมด้วย
โดยคุณ ผู้ผ่านมา 1.4.149.* [ วันอังคาร ที่ 26 สิงหาคม 2557 เวลา 12:12 น. ] ผู้ตอบคนที่ 1
[ ลบคำตอบที่ 1 ]

1. วิธีการก็คือ คณะกรรมการสอบสวนวินัยเรียกผู้ถูกกล่าวหามาให้ถ้อยคำ และดำเนินการบันทึกถ้อยคำผู้ถูกกล่าว โดยใช้แบบบันทึกถ้อยคำผู้ถูกกล่าวหา (แบบ สว.4) โดยตั้งคำถามให้ผู้ถูกกล่าวหาตอบ ดังนี้
(1) แจ้งข้อกล่าวหาให้ผู้ถูกกล่าวหาทราบ แล้วถามผู้ถูกกล่าวหาว่า ผู้ถูกกล่าวหาได้กระทำตามที่ถูกกล่าวหาหรือไม่
(2) ถ้าผู้ถูกกล่าวหารับสารภาพ คณะกรรมการสอบสวนก็แจ้งให้ผู้ถูกกล่าวหาทราบว่าการกระทำตามที่ถูกกล่าวหาดังกล่าวเป็นความผิดวินัยกรณีใด ตามข้อใด แล้วถามผู้ถูกกล่าวหาว่า ผู้ถูกกล่าวหายังคงยืนยันรับสารภาพหรือไม่
(3) หากผู้ถูกกล่าวหายังคงยืนยันรับสารภาพ ก็ให้คณะกรรมการสอบสวนบันทึกถ้อยคำการยืนยันรับสารภาพไว้ แล้วถามผู้ถูกกล่าวต่อไปว่า ผู้ถูกกล่าวหามีเหตุผลใดถึงการกระทำผิด
(4) ถ้าผู้ถูกกล่าวหาแจ้งเหตุผลของการกระทำผิด ก็ให้คณะกรรมการสอบสวนบันทึกไว้

2. เมื่อดำเนินการบันทึกถ้อยคำตามแบบ สว.4 แล้ว คณะกรรมการสอบสวนจะดำเนินการสอบสวนต่อไปหรือไม่ อยู่ที่ดุลพินิจของคณะกรรมการสอบสวนเอง

3. หากคณะกรรมการสอบสวนเห็นว่า ไม่ทำการสอบสวนต่อไปอีกแล้ว ก็ให้คณะกรรมารสอบสวนดำเนินการ
(1) ประชุมเพื่อพิจารณามีมติว่า ผู้ถูกกล่าวหากระทำผิดวินัยหรือไม่ ถ้าผิดเป็นความผิดวินัยกรณีใด ตามข้อใด และควรได้รับโทษสถานใด
(2) ทำรายงานการสอบสวน ตามแบบ สว.6 เสนอต่อผู้สั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนพิจารณาต่อไป

4. ตัวอย่าง (ถาม-ตอบ) พอสังเขป
(1) คณะกรรมการสอบสวนขอแจ้งให้ผู้ถูกกล่าวหาทราบว่า ผู้ถูกกล่าวหากระทำผิดวินัยในเรื่อง.......................................ผู้ถูกกล่าวหาจะให้ถ้อยคำรับสารภาพหรือปฏิเสธ หรือจะให้ถ้อยคำอย่างไรบ้าง ? ... ตอบ ข้าฯ ขอรับสารภาพตามที่ถูกกล่าวหา
(2) คณะกรรมการสอบสวนขอแจ้งให้ผู้ถูกกล่าวหาทราบว่า ตามข้อกล่าวหาดังกล่าว เป้นความผิดวินัยอย่างไม่ร้ายแรงฐาน.............................ตามข้อ...........................ของประกาศ ก.จังหวัด...............เรื่อง.................. ผู้ถูกกล่าวหายังยืนยันตามที่รับสารภาพหรือไม่ อย่างไร ? … ตอบ ข้าฯ ขอยืนยันตามที่รับสารภาพดังกล่าวแล้ว
(3) ขอทราบเหตุผลที่ผู้ถูกกล่าวหาได้กระทำผิดตามที่ถูกกล่าวหาข้างต้น ? ตอบ ข้าฯ .............................



--------------------------------------------
หมายเหตุ.- แบบบันทึกคำรับสารภาพไม่มีครับ แต่ถ้าคณะกรรมการสอบสวนจะทำขึ้น ก็ไม่มีระเบียบห้ามไว้ แต่ผมเห็นว่า ใช้แบบ สว.4 เพื่อบันทึกถ้อยคำผู้ถูกกล่าวหา ก็เป็นคำรับสารภาพของผู้ถูกกล่าวหาอย่างดีแล้วครับ ผมใช้วิธีบันทึกถ้อยคำรับสารภาพตามแบบ สว.4 ครับ


โดยคุณ - 110.164.175.* [ วันอังคาร ที่ 26 สิงหาคม 2557 เวลา 12:18 น. ] ผู้ตอบคนที่ 2
[ ลบคำตอบที่ 2 ]

ขอบคุณทุกท่านครับ อย่างนี้ก็ไม่แตกต่างกับการสอบสวนแบบปกติเท่าไรเลยใช่ไหมครับ เพียงไม่ต้องแจ้ง สว.3 และไม่ต้องสืบพยาน สว.5 เท่านั้น
โดยคุณ New lawyer 116.58.229.* [ วันอังคาร ที่ 26 สิงหาคม 2557 เวลา 14:17 น. ] ผู้ตอบคนที่ 3
[ ลบคำตอบที่ 3 ]

ประเด็นคือ ผู้ถูกกล่าวหารับสารภาพ ต้องดำเนินการต่อไปอย่างไร?
ตอบ การสารภาพของผู้ถูกกล่าวหาไม่เป็นสาระสำคัญในการทำสำนวนวินัย เพราะ การสอบสวนทางวินัยเป็นขั้นตอนอย่างหนึ่งในการทำคำสั่งทางปกครอง ดังนั้น ต้องทำตามแบบ สว1 ถึง สว6 ให้ครบทุกขั้นตอน เพราะ สว.1 เป็นคำสั่งตั้งผู้มีอำนาจสอบสวน สว.2 เป็นการแจ้างข้อกล่าวหา สว.3 เป็นการแสดงหลักฐานประกอบการกล่าวหา (สำคัญมาก มิฉะนั้น การสอบสวนจะไม่ชอบตาม พ.ร.บ.วิปฏิบัติราชการทางปกครอง ) สว.4 เป็นบันทึกถ้อยคำผู้ถูกกล่าว นั้นคือ การให้สิทธิผู้ถูกกล่าวโต้แย้งนั้นเอง สว.5 เป็นการแสดงพยานหลักฐานสนับสนุนทั้งสองฝ่าย และ สว.6 เป็นบทสรุป
สรุป คือ ต้องทำทุกขั้นตอน ส่วนคำสารภาพให้ทำเป็นเป็น ป.ค.14 หรือ บันทึกข้อความไปประกอบกับ สว.4 เพราะเป็นถ้อยคำของผู้ถูกกล่าวหานั่นเอง
โดยคุณ นิติกวน 180.180.87.* [ วันพฤหัสบดี ที่ 28 สิงหาคม 2557 เวลา 08:47 น. ] ผู้ตอบคนที่ 4
[ ลบคำตอบที่ 4 ]

ระเบียบได้กำหนดหลักเกณฑ์ไว้แล้วว่า ไม่สอบสวนหรืองดสอบสวนก็ได้ แล้วอย่างนี้จะสอบสวนไปทำไมอีก เมื่อผู้ถูกกล่าวหายอมรับสารภาพแล้ว ก็บันทึกแบบ สว.4 ไว้เป็นถ้อยคำของยอบรับสารภาพของผู้ถูกกล่าวไว้เป็นหลักฐาน อย่างนี้แล้วจะให้โอกาสผู้ถูกกล่าวหาโต้แย้งเรื่องอะไรอีก ถ้าเขาต่อสู้ซิถึงจะให้โอกาสเขาโต้แย้ง การสอบสวนที่ทำทุกขั้นตอนนั้นเป็นกรณีทั่วไป ส่วนกรณีความผิดปรากฏชัดแจ้ง (กรณีรับสารภาพ) เป็นข้อยกเว้นที่จะไม่สอบสวนหรืองดสอบสวนก็ได้ (ดุลพินิจ) ดังนั้น มีระเบียบปฏิบัติก็ใช้มันให้เป็นประโยชน์ จะไปเสียเวลากับมันมากทำไม เอาเวลาไปทำงานอื่นจะดีกว่า



โดยคุณ - 27.55.197.* [ วันเสาร์ ที่ 30 สิงหาคม 2557 เวลา 12:13 น. ] ผู้ตอบคนที่ 5
[ ลบคำตอบที่ 5 ]

ขออนุญาตเพิ่มเติมครับ
อยากให้ทบทวนดูว่า หากระเบียบหรือกฎหมายใดมีมาตรฐานต่ำกว่า พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง 2539 ให้ใช้ พ.ร.บ.วิธีฯ แทน เว้นแต่ระยะเวลาการอุทธรณ์
คำสั่งลงโทษทางวินัย เป็นคำสั่งที่ก่อให้เกิด โอน สงวนหรือระงับซึ่งสิทธิของผู้รับคำสั่ง จึงเป็นคำสั่งทางปกครอง เมื่อเป็นคำสั่งทางปกครองจึงต้องทำให้ครบทุกขั้นตอน แม้กระทั้งคำสั่งลงโทษ ต้องแจ้งระยะมีการอุทธรณ์ไปด้วย เป็นต้น
อยากออกความเห็น ไม่ได้โต้เถียงหรือชี้แนะครับ
โดยคุณ นิติกวน 182.52.2.* [ วันอังคาร ที่ 2 กันยายน 2557 เวลา 08:35 น. ] ผู้ตอบคนที่ 6
[ ลบคำตอบที่ 6 ]
96
มีตัวอย่างให้ในเวฟศาลปกครอง
โดยคุณ ชาย ส่งเมล์ถึง ชาย 1.179.165.* [ วันศุกร์ ที่ 5 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา 14:51 น. ] ผู้ตอบคนที่ 5
[ ลบคำตอบที่ 5 ]

ผมส่งไปให้แล้วนะครับ ทำเองให้นายกเซ็น คูณจะส่งทางไปรษณีย์หรือส่งเองก็ได้หากส่งเองให้นายกมอบฉันทะให้ยื่นคำให้การด้วยนะ
โดยคุณ ชาย 1.179.165.* [ วันศุกร์ ที่ 5 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา 15:05 น. ] ผู้ตอบคนที่ 6
[ ลบคำตอบที่ 6 ]

ขออนุญาตนะครับ สำหรับท่านที่คิดจะเขียนคำฟ้องเอง
1.โดยหลักการแล้ว เมื่อ หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ ถูกฟ้อง หรือ ไปฟ้องคดี เนื่องจากการปฏิบัติหน้าที่ อัยการ มีหน้าที่ที่จะดำเนินคดีให้
2.สำหรับ อปท.ผมเคยเห็นหนังสือ สรุปประมาณว่า ถ้า อปท.จะให้อัยการดำเนินการฟ้องคดี ให้ ต้องส่งเรื่องให้อัยการ ภายใน 6 เดือน ก่อนหมดอายุความ
3. สำหรับ อปท. อีกเช่นกัน หนังสือยังบอกอีกว่า อัยการอาจปฏิเสธการทำคดีให้ได้ หาก อปท.ไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์
4.เคยเห็นหนังสือจากมหาดไทยว่า กรณีที่ อปท.จะจ้างทนายว่าความให้ได้นั้น จะต้องให้อัยการปฏิเสธมาก่อน กล่าวคือต้องขอให้อัยการดำเนินการทางคดีให้ก่อน แล้วถ้า อัยการปฏิเสธ อปท.จ้างทนายได้
เคยอ่านเจอนานแล้วนะครับ ไม่รู้ว่ายกเลิกไปรึยัง ที่บอกเพราะให้ท่านที่จะดำเนินการเองพึงระวังครับ หากเกิดข้อผิดพลาดแล้วเกิดความเสียหาย อย่างน้อยที่สุดเราได้ทำตามระเบียบแล้วครับ
โดยคุณ เซรุย 1.20.191.* [ วันศุกร์ ที่ 5 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา 15:37 น. ] ผู้ตอบคนที่ 7
97
และพยามยามทำให้ทัน ตามกำหนดที่ศาลแจ้งมานะครับ ไม่ทันขอขยายได้
โดยคุณ โชคดี 182.52.97.* [ วันศุกร์ ที่ 5 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา 11:52 น. ] ผู้ตอบคนที่ 4
98
ถ้าทำเอง....ต้องดูด้วยว่า ถ้าแพ้มา จะมีผลกระทบต่อคนทำไหม..เช่นรับผิดฐานละเมิดอะไรแบบนี้...เพราะเราไม่ได้ทำบ่อยๆ บางครั้งพลาดแบบเรื่องง่าย พอแพ้มางานก็จะย้อยมาหาเราอีก....ถ้าแบบนี้ ส่งอัยการเลยครับ
ถ้าทำเอง...ถึงแพ้ หรือชนะ มีเท่ากัน ไม่มีผลอะไรกับคนทำและอื่นๆ แบบนี้ทำเองครับง่ายดี ตัวอย่างแบบฟอร์ม ดูที่เวปศาลได้ครับ เอามาปรับใช้ ไม่ต้องยึดติดมากเพราะศาลปกครองเป็นระบบไต่สวน ข้อเท็จจริงเป็นใหญ่กว่าแบบฟอร์ม แก้ต่างยึดคำขอท้ายฟ้องเป็นสำคัญ เอามาตั้ง หาข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย พยาน แย้งไปเลย
โดยคุณ โชคดี 182.52.97.* [ วันศุกร์ ที่ 5 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา 11:49 น. ] ผู้ตอบคนที่ 3
99
-ลองทำดูก็ได้ ตั้งคำฟ้องไว้เป้นข้อๆ แล้วแก้ทุกข้อประมาณนี้ ข้อใดรับกันก็ตามนั้น ข้อใดไม่รับกันถือเป็นประเด้นที่ต้องแก้ฟ้องในข้อ นั้น ๆ ในการแก้ต้องมีพยานเอกสารประกอบอ้างอิงไว้ตามข้อเท็จจริงหรือตามข้อกฏหมายแล้วแต่กรณี ที่มีอยู่ ณ บริบทนั้น
--ต้องแก้ตามระยะเวลาที่ศาล กำหนด ถ้าจะไม่ทันก็ทำขอขยายเวลาไปก่อน ประมาณนี้ นะท่าน หรือสอบถามนิติกรอัยการก็ได้...ลองทำดูนะท่าน หรือตามท่านน้อยบอกก็ได้นะท่าน
โดยคุณ นิติกร อิสาน ๐๕๐ 58.9.17.* [ วันพฤหัสบดี ที่ 4 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา 22:39 น. ] ผู้ตอบคนที่ 2
100
ส่งอัยการปกครองแก้ต่างให้
เราทำสรุปข้อเท็จจจริง ลำดับข้อเท็จจริง
และเอกสารหลักฐานให้
ขาดเหลืออย่างไร เขาจะประสานมา
สำคัญต้องเร่งทำอย่าให้ใกล้ครบกำหนดยื่นคำให้การ
ถ้าใกล้ให้เราไปขอขยายเวลาทำคำให้การให้อัยการด้วย
โดยคุณ น้อย 1.2.210.* [ วันพฤหัสบดี ที่ 4 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา 09:05 น. ] ผู้ตอบคนที่ 1
หน้า: 1 ... 8 9 [10]