แสดงกระทู้

ส่วนนี้จะช่วยให้คุณสามารถดูกระทู้ทั้งหมดสมาชิกนี้ โปรดทราบว่าคุณสามารถเห็นเฉพาะกระทู้ในพื้นที่ที่คุณเข้าถึงในขณะนี้


แสดงหัวข้อ - นายพรนรินทร์ ภูครองหิน

หน้า: [1] 2 3 ... 59
1
นิติกรพรขอนำเรียนหนังสือหารือ ดังนี้
1.หนังสือหารือองค์การบริหารส่วนตำบลหนองบอนเเดง อำเภอบ้านบึง จังหวัดชลบุรี ขอหารือเกี่ยวกับการปฏิบัติตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยข้อบังคับการประชุมสภาท้องถิ่น (ค้นโดยนิติกรพร) http://www.dla.go.th/.../2020/6/23663_1_1591258449964.pdf...
2.หนังสือหารือคุณสมบัติสมาชิกสภาเทศบาล (ค้นโดยนิติกรพร) http://www.dla.go.th/.../2020/6/23662_1_1591258385910.pdf...
3.หนังสือหารือการสิ้นสุดสมาชิกภาพของสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนท้องถิ่นระนอง (ค้นโดยนิติกรพร) http://www.dla.go.th/.../2020/6/23659_1_1591258106908.pdf...
4.หนังสือหารือเกี่ยวกับหนังสือรับรอง (ค้นโดยนิติกรพร) http://www.dla.go.th/.../2020/3/23272_1_1584514649939.pdf...
5.การขอหารือแนวทางการปฏิบัติราชการ (ค้นโดยนิติกรพร) http://www.dla.go.th/.../2020/3/23175_1_1583397942465.pdf...
6.ข้อหารือประเด็นเกี่ยวกับหลักเกณฑ์การเบิกจ่ายค่าตอบแทนบุคคลหรือคณะกรรมการ (ค้นโดยนิติกรพร) http://www.dla.go.th/.../11/22645_1_1573093015519.pdf...
7.หารือการดำเนินโครงการขององค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต (ค้นโดยนิติกรพร) http://www.dla.go.th/.../2020/3/23168_1_1583392130546.pdf...
8.หารือการทำกิจการนอกเขตเทศบาล (ค้นโดยนิติกรพร) http://www.dla.go.th/.../2020/3/23170_1_1583396392631.pdf...
9.หนังสือหารือเกี่ยวกับการจัดทำข้อบัญญัติในการจัดเก็บค่าธรรมเนียมบำบัดน้ำเสีย (ค้นโดยนิติกรพร) http://www.dla.go.th/.../2020/3/23172_1_1583397511064.pdf...
10.หนังสือขอหารือการช่วยเหลือผู้ประสบภัยเกษตรกรผู้มีรายได้น้อยตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยค่าใช้จ่ายเพื่อช่วยเหลือประชาชนตามอำนาจหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (ฉบับที่ 2 ) พ.ศ. 2561 (ค้นโดยนิติกรพร) http://www.dla.go.th/.../2019/9/22368_1_1568687519242.pdf...
11.หนังสือหารรือเดินทางไปราชการข้าราชการส่วนท้องถิ่นที่เป็นสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ (ค้นโดยนิติกรพร) http://www.dla.go.th/.../temp.../tempNews/2019/2/50650_1.pdf
12.นิติกรพร หนังสือแจ้งดำเนินการทางวินัยกรณีที่พนักงาส่วนท้องถิ่นไม่ชะรำหนี้สหกรณ์ออมทรัพย์กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น จำกัด (ค้นโดยนิติกรพร) http://www.sansailocal.go.th/.../inner.../20170308135234.pdf
13.หนังสือสหกรณ์ออมทรัพย์กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น จำกัด  กรณีพนักงานส่วนท้องถิ่นจำนวนหนึ่งมีพฤติกรรมเพิกเฉยการชำระหนี้ให้แก่สหกรณ์ออมทรัพย์กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (ค้นโดยนิติกรพร) http://www.surinlocal.go.th/public/download.php...
14.หารือแนวทางปฏิบัติในกรณี ... ส่วนท้องถิ่นผู้ใดมีพฤติการณ์เพิกเฉยไม่ชำระหนี้หรือภาระผูกพัน ให้สหกรณ์ออมทรัพย์กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น จำกัด (ค้นโดยนิติกรพร) http://www.nptlocal.go.th/.../order/20170119143150vrxas.pdf

2




นิติกรพรขอนำเรียนกรณีศึกษา การที่นายกเทศมนตรีเรียกรับเงินการต่อสัญญาจ้างกับพนักงานจ้าง จากคำให้การพยานโจทก์ทุกปากตามที่พนักงานไต่สวนทำการไต่สวนมา ให้การในข้อเท็จริงสอดคล้องต้องกันว่า จำเลยเป็นผู้พูดเรียกเงินเป็นค่าตอบแทนในการต่อสัญญาจ้างและผู้เสียหายแต่ละคนมอบเงินตามที่จำเลยเรียกร้องแก่จำเลยด้วยตนเอง นอกจากนี้ นาย ส. ซึ่งได้รับการแต่งตั้งจากจำเลยให้ดำรงตำแหน่งรองนายกเทศมนตรี ตำบล บ. และไม่มีสาเหตุโกรธเคืองกับจำเลยได้ให้การสอดคล้องกับพวกผู้เสียหาย ประกอบกับพยานทุกปากให้การพยานทุกปากตามที่พนักงานไต่สวนทำการไต่สวนมาแล้วแต่เป็นข้าราชการ พนักงาน และลูกจ้างใต้บังคับบัญชาของจำเลยและไม่ปรากฏว่ามีสาเหตุโกรธเคืองจำเลยถึงขนาดต้องร่วมกันแต่งเรื่องเท็จขึ้นเพื่อกลั่นแกล้ง ใส่ไคล้ปรักปรำจำเลยให้ต้องรับโทษ คำให้การของผู้เสียหายจึงมีน้ำหนัก  นอกจากนี้ จำเลยได้ชี้แจงในชั้นพนักงานไต่สวนและในชั้นพิจารณาว่า ในการต่อสัญญาจ้างจำเลยไม่ได้ให้พนักงานจ้างมาพบและเรียกรับเงินเป็นค่าต่อสัญญา จำเลยทำการต่อสัญญาไปตามระเบียบราชการ โดยมีบันทึกข้อความเทศบาลตำบลบ้านด่านโขงเจียม ลงวันที่ 28 มีนาคม 2556 เรื่อง ชี้แจงความจริง และมีข้อความรับรองว่าจำเลยไม่มีพฤติกรรมตามที่ถูกกล่าวหาแต่เป็นการถูกให้ร้าย และมีพยานลงลายมือชื่อไว้ท้ายหนังสือ แต่พยานดังกล่าวกลับให้การต่อพนักงานสอบสวนในทางเดียวกันว่า นาย อ. เป็นผู้เขียนบันทึกข้อความดังกล่าวขึ้นมาตามตัวอย่างที่จำเลยร่างเอกสารไว้ให้เขียนตาม และจำเลยบอกว่าถ้าหากลงชื่อในบันทึกแล้วจะพิจารณาในการต่อสัญญาจ้างให้ พยานกลัวจำเลยจะไม่ต่อสัญญาจึงลงลายมือชื่อทั้งที่ข้อความดังกล่าวไม่เป็นความจริง พยานฝ่ายจำเลยดังกล่าวจึงไม่มีน้ำหนักสนับสนุนข้ออ้างของจำเลย  ที่จำเลยอุทธรณ์ว่า สัญญาจ้างพนักงานทุกฉบับทำการต่อสัญญาในวันที่ 1 ตุลาคม 2553 โจทก์กล่าวหาว่าจำเลยเรียกเงินจากพนักงานในวันที่ 20 ถึง 30 กันยายน 2553 แต่ต่อมาวันที่ 7 ถึง 8 ตุลาคม 2553 ผู้เสียหายทั้งหมดนำเงินมามอบให้จำเลย ไม่สมเหตุสมผล เพราะจำเลยได้ต่อสัญญาจ้างให้แล้วในวันที่ 1 ตุลาคม 2553 ไม่มีเหตุผลที่บุคคลเหล่านั้นจะนำเงินมอบให้แก่จำเลยภายหลังจากการที่ได้ทำการต่อสัญญาแล้ว และโจทก์ก็ไม่มีหลักฐานว่าจำเลยได้รับเงินไว้นั้น เห็นว่า แม้สัญญาจ้างจะระบุว่าวันที่ 1 ตุลาคม 2553 หากจำเลยยังคงเก็บสัญญาไว้ก็ย่อมเขียนข้อความในส่วนของจำเลยในโอกาสใดก็ได้มิใช่เฉพาะวันที่ระบุในเอกสาร ซึ่งจำเลยมิได้นำสืบแสดงให้เห็นว่าจำเลยได้มอบสัญญาจ้างดังกล่าวให้แก่พนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไปแล้วหรือไม่ ข้ออ้างของจำเลยเกี่ยวกับวันที่ปรากฏในสัญญาจ้างจึงไม่ทำให้ข้อนำสืบของโจทก์มีพิรุธแต่อย่างใด  และการที่จำเลยอ้างว่าพยานโจทก์ และ นาย บ. เข้าไปในห้องทำงานของจำเลยด้วยเช่นกัน แต่กลับไม่เคยให้การว่าจำเลยได้เรียกรับเงินย่อมแสดงว่าพยานโจทก์ให้การขัดแย้งกันนั้น เห็นว่า นาย บ. ให้การว่าพยานได้ออกจากห้องทำงานของจำเลยก่อนคนอื่น ซึ่งเห็นได้ว่าพยานอาจไม่รู้เห็นเกี่ยวกับเรื่องการเรียกรับเงินเพื่อต่อสัญญาจ้างก็เป็นได้  ส่วนเรื่องการหักเงินโบนัสนั้น แม้นางสาว ส. และนาย น. จะเบิกความเป็นประโยชน์ต่อจำเลย แต่พยานทั้งสองมิได้ให้ถ้อยคำต่อพนักงานไต่สวนหรือคณะกรรมการการสอบสวนข้อเท็จจริงอำเภอโขงเจียมมาก่อน อาจปรุงแต่งเรื่องราวขึ้นในชั้นศาลได้ คำเบิกความของพยานดังกล่าว จึงไม่มีน้ำหนักให้รับฟังได้ จำเลยไม่มีพยานหลักฐานอื่นใดนอกจากนี้มาแสดง พยานหลักฐานที่จำเลยนำสืบมาไม่มีน้ำหนักหักล้างพยานโจทก์ คดีรับฟังได้ว่าจำเลยเป็นเจ้าพนักงานเรียกรับเงินเป็นค่าตอบแทนในการอนุมัติต่อสัญญาจ้างดังกล่าวโดยมิชอบ จึงเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 “คำพิพากษาศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง คดีหมายเลขดำ อท. 257/2560 คดีหมายเลขแดง 6638/2561”(ค้นโดยนิติกรพร)

3
นิติกรพรขอนำเรียนการที่ฟ้อง ป.ป.ช.ต่อศาลปกครองกรณีที่ ป.ป.ช.ไม่รับเรื่องร้องเรียน กล่าวคือ จึงเป็นเรื่องที่ไม่อยู่ในอำนาจของศาลปกครองที่จะรับไว้พิจารณาพิพากษาหรือคำสั่ง ดังนั้น จึงไม่รับคำฟ้องไว้พิจารณา "คำสั่งศาลปกครองสูงสุดท่ี่ 68/2563 (ค้นโดยนิติกรพร) http://www.admincourt.go.th/admincourt/upload/admcase/Document/judgement/PDF/2558/01013-580492-2F-630601-0000658731.pdf
นิติกรพรขอนำเรียนการที่ฟ้อง ป.ป.ช.ต่อศาลปกครองกรณีที่ ป.ป.ช.พิจารณาเรื่องร้องเรียนล่าช้าว่า ละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติ กล่าวคือ จึงเป็นเรื่องที่ไม่อยู่ในอำนาจของศาลปกครองที่จะรับไว้พิจารณาพิพากษาหรือคำสั่ง ดังนั้น จึงไม่รับคำฟ้องไว้พิจารณา "คำสั่งศาลปกครองสูงสุดท่ี่ 69/2563 (ค้นโดยนิติกรพร) http://www.admincourt.go.th/admincourt/upload/admcase/Document/judgement/PDF/2558/01013-580806-2F-630513-0000657937.pdf

4
นิติกรพรขอนำเรียนการที่ข้าราชการที่ดินกรณีการรังวัดออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินทับเขตประทานเหมืองแร่ที่ยังไม่หมดอายุโดยมีผู้ร้องเรียนต่อ ป.ป.ช.ต่อมา ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดวินัยอย่างร้ายแรงและหน่วยงานจึงมีคำสั่งลงโทษไล่ออกจากราชการ กล่าวคือ ข้าราชการออกจากราชการไปเกิน 5 ปีแล้วการไต่สวนดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมาย ดังนั้น การลงโทษไล่ออกจากราชการจึงไม่ชอบด้วยกฎหมายให้เพิกถอนคำสั่งดังกล่าว "คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ ฟ.7/2563" มีผู้ขอมาครับท่าน (ค้นโดยนิติกรพร)

http://www.admincourt.go.th/admincourt/upload/admcase/Document/judgement/PDF/2556/01011-560034-1F-630330-0000657069.pdf

5

๑.นิติกรพรขอนำเรียนการที่นายกเทศมนตรีตำบล น.จงใจไม่ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ภายในเวลาที่กฎหมายกำหนด กรณีพ้นจากตำแหน่งนายกเทศมนตรีตําบล น. จังหวัดสกลนคร ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๓๒ และมาตรา ๓๓ ห้ามมิให้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือดำรงตำแหน่งใดในพรรคการเมืองเป็นเวลา ๕ ปี คดีหมายเลขแดงที่ อม. ๑๗๐/๒๕๖๒ (ค้นโดยนิติกรพร)
 http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2563/A/074/T_0004.PDF
๒.นิติกรพรขอนำเรียนการที่รองนายก อบจ.จงใจไม่ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ยกคำร้องของ ป.ป.ช."คดีหมายเลขแดงที่ อม. ๑๗๒/๒๕๖๒" (ค้นโดยนิติกรพร)  http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2563/A/074/T_0009.PDF
๓.นิติกรพรขอนำเรียนการที่นายก อบต.จงใจไม่ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. นายก อบต.รับสารภาพรอการลงโทษ ๑ ปี "คดีหมายเลขแดงที่ อม. ๑๗๔/๒๕๖๒" (ค้นโดยนิติกรพร)
 http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2563/A/074/T_0013.PDF
๔.นิติกรพรขอนำเรียนการที่รองนายก อบต..จงใจไม่ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. รองนายก อบต.รับสารภาพรอการลงโทษ ๑ ปี "คดีหมายเลขแดงที่ อม. ๑๗๗/๒๕๖๒" (ค้นโดยนิติกรพร)  http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2563/A/074/T_0019.PDF


6




นิติกรพรขอนำเรียน “การที่คณะกรรมการพัสดุ มีหน้าที่ตรวจรับรถยนต์ดับเพลิงและรถยนต์บรรทุกน้ำอเนกประสงค์ให้ครบถ้วนถูกต้องตามหลักเกณฑ์ที่ตกลงไว้ในสัญญาซื้อขาย โดยกระบอกไฮดรอลิกเท้าช้างของรถยนต์ดับเพลิงและรถยนต์บรรทุกน้ำอเนกประสงค์ไม่เป็นไปตามมาตรฐานอุตสาหกรรม ขณะที่ตรวจรับมีคณะของเจ้าหน้าที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ร่วมกันสังเกตการณ์อยู่ด้วยและทำบันทึกโต้แย้งว่า กระบอกไฮดรอลิกเท้าช้างของรถยนต์ทั้งสองคัน ไม่มีการแสดงเครื่องหมายมาตรฐานการผลิตอุตสาหกรรมให้เป็นที่ประจักษ์ที่ตัวกระบอกไฮดรอลิก แต่เทศบาลตำบล ก็มิได้ยกเลิกการตรวจรับพัสดุ กลับอนุมัติจ่ายเงินตามสัญญาซื้อขายให้แก่บริษัท อ. จำกัด กล่าวคือ คณะกรรมการพัสดุ จะมีความผิดฐานร่วมกันเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใดหรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 (เดิม) หรือไม่ ไปตามดูจึงจะรู้ผล
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทั้งสี่ในฐานะคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ ร่วมกันตรวจรับรถยนต์ดับเพลิงและรถยนต์บรรทุกน้ำอเนกประสงค์โดยมิชอบ ขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสี่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 91, 157 และ 162 จำเลยทั้งสี่ให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้น พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์
          ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยคดีมีปัญหาว่า จำเลยทั้งสี่กระทำความผิดฐานร่วมกันเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใดหรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ประกอบมาตรา 83 หรือไม่ เห็นว่า เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2547 เทศบาลตำบล บ. ได้ออกประกาศประกวดราคาซื้อครุภัณฑ์ยานพาหนะและขนส่ง รวม 4 รายการ โดยเทศบาลตำบล บ. แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจรับพัสดุมีจำเลยที่ 1 ตำแหน่งปลัดเทศบาลตำบล บ. เป็นประธานกรรมการ มีจำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 นาง อ. และนาง พ. เป็นกรรมการ สำหรับรายการที่มีปัญหา คือ รายการที่ 3 รถยนต์ดับเพลิง และรายการที่ 4 รถยนต์บรรทุกน้ำอเนกประสงค์ ในวันที่ 8 กันยายน 2547 คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคามีมติเป็นเอกฉันท์เห็นควรจัดซื้อครุภัณฑ์ยานพาหนะและขนส่งจำนวน 4 ราย จากบริษัท อ. จำกัด จำเลยทั้งสี่กับพวกร่วมกันลงลายมือชื่อตรวจรับรถยนต์ดับเพลิง และรถยนต์บรรทุกน้ำอเนกประสงค์ว่าได้รับของไว้ถูกต้องครบถ้วน ขณะที่ตรวจรับมีคณะของเจ้าหน้าที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินภูมิภาค 3 (จังหวัดนครปฐม) ร่วมกันสังเกตการณ์อยู่ด้วยและทำบันทึกโต้แย้งจำเลยทั้งสี่ว่า กระบอกไฮดรอลิกเท้าช้างของรถยนต์ทั้งสองคัน ไม่มีการแสดงเครื่องหมายมาตรฐานการผลิตอุตสาหกรรมให้เป็นที่ประจักษ์ที่ตัวกระบอกไฮดรอลิก แต่เทศบาลตำบล บ. ก็มิได้ยกเลิกการตรวจรับพัสดุ กลับอนุมัติจ่ายเงินตามสัญญาซื้อขายให้แก่บริษัท อ. จำกัด
    จำเลยทั้งสี่เป็นคณะกรรมการพัสดุ มีหน้าที่ตรวจรับรถยนต์ทั้งสองคันให้ครบถ้วนถูกต้องตามหลักเกณฑ์ที่ตกลงไว้ในสัญญาซื้อขาย โดยกระบอกไฮดรอลิกเท้าช้างของรถยนต์ทั้งสองคันต้องเป็นไปตามมาตรฐานอุตสาหกรรม ซึ่งคุณสมบัติดังกล่าวเป็นข้อสำคัญของสัญญาซื้อขาย การที่จำเลยทั้งสี่อ้างว่าได้ตรวจรับพัสดุโดยดูจากเอกสารในแฟ้มของเจ้าหน้าที่พัสดุประกอบการตรวจรถแต่ละคัน ซึ่งมีเอกสารแนบท้ายของบริษัท อ. จำกัด ที่ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคามาแล้ว และมีการทำสัญญาซื้อขายกันแล้วด้วย จำเลยทั้งสี่จึงเชื่อโดยสุจริตว่าเอกสารดังกล่าวมีความถูกต้องน่าเชื่อถือ และกระบอกไฮดรอลิกจะต้องได้รับมาตรฐานอุตสาหกรรมอย่างแน่นอน นั้น
   เมื่อพิจารณาเอกสารดังกล่าวแล้ว บริษัท อ. จำกัด เป็นตัวแทนจำหน่ายกระบอกไฮดรอลิกให้แก่
บริษัท พ. จำกัด และบริษัท พ. จำกัด ซื้อกระบอกไฮดรอลิกมาจากบริษัท ท. จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทผู้ผลิตกระบอกไฮดรอลิกที่มีใบอนุญาตแสดงเครื่องหมายมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม  อีกทอดหนึ่ง
อันแสดงว่าบริษัท อ. จำกัด เป็นตัวแทนจำหน่ายกระบอกไฮดรอลิกแก่บริษัท พ. จำกัด และบริษัท พ. จำกัด  ให้การรับรองแก่ผู้ซื้อในตัวว่า บริษัท ท. จำกัด ได้รับอนุญาตให้แสดงเครื่องหมายมาตรฐานกับผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ตามพระราชบัญญัติมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม พ.ศ. 2511 จำเลยทั้งสี่จึงต้องตรวจดูว่ากระบอกไฮดรอลิกเท้าช้างของรถยนต์ทั้งสองคันมีเครื่องหมายมาตรฐานอุตสาหกรรมจริงหรือไม่ อย่างไรก็ดี หากจำเลยทั้งสี่เกิดความสงสัยก็สามารถเชิญผู้ชำนาญการหรือผู้ทรงคุณวุฒิเกี่ยวกับพัสดุนั้นมาให้คำปรึกษา หรือส่งพัสดุไปทดลองได้ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการพัสดุของหน่วยการบริหารราชการส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2535 ข้อ 64 (2) อีกทั้ง จำเลยทั้งสี่ไม่รับฟังข้อท้วงติงของสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินภูมิภาค 3 (จังหวัดนครปฐม) และตรวจสอบครุภัณฑ์ให้ชัดเจนก่อน แม้ภายหลังจำเลยทั้งสี่จะให้บริษัท อ. จำกัด แก้ไขข้อบกพร่องตามที่ผู้แทนของสำนักการตรวจเงินแผ่นดินภูมิภาค 3 (จังหวัดนครปฐม) โต้แย้งก็ตาม แต่บริษัท อ. จำกัด กลับแก้ปัญหาง่าย ๆ โดยนำสติ๊กเกอร์เครื่องหมายมาตรฐานผลิตภัณฑ์มาติดที่กระบอกไฮดรอลิกเท่านั้น ประกอบกับจำเลยทั้งสี่ไม่ขวนขวายให้เทศบาลตำบล บ. ระงับการชำระเงินค่าพัสดุให้แก่บริษัท อ. จำกัด แสดงให้เห็นว่า จำเลยทั้งสี่ไม่มีความตั้งใจที่จะแสวงหาความจริงและแก้ไขด้วยความสุจริต เมื่อข้อเท็จจริงได้ความว่าบริษัท ท. จำกัด ไม่ได้เป็นผู้ผลิตกระบอกไฮดรอลิกเพื่อให้บริษัท อ. จำกัด นำมาเสนอขายแก่เทศบาลตำบล บ. ดังนั้น เอกสารการตรวจรับพัสดุของจำเลยทั้งสี่จึงเป็นเท็จ กรณีถือได้ว่าการกระทำของจำเลยทั้งสี่เป็นการกระทำเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายสำหรับผู้อื่นตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 1 (1) แล้ว จำเลยทั้งสี่จึงมีความผิดฐานร่วมกันเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใดหรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 (เดิม)
    พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสี่มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 (เดิม) ประกอบมาตรา 83 จำคุกคนละ 2 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง คดีหมายเลขดำ อท. 278/2562 คดีหมายเลขแดง 18823/2562”(ค้นโดยนิติกรพร)

7


นิติกรพรพขอนำเรียน “การที่คณะกรรมการสอบสวนมีเหตุจำเป็นและขอขยายระยะเวลาการสอบสวนเกินกว่า 180 วัน ให้ตามที่กฎ ก.พ กำหนดไว้ จะมีความผิดปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือไม่” 
การที่อธิบดีกรมป่าไม้ในฐานะผู้บังคับบัญชาของโจทก์ในระดับกรมได้แต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงว่าโจทก์กระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงและได้ทำรายการสืบสวนข้อเท็จจริงเสนอจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1 จึงชอบที่จะนำข้อเท็จจริงที่ได้จากรายงานการสอบสวนดังกล่าวมาพิจารณาในเบื้องต้น  แม้ว่าอธิบดีกรมป่าไม้จะยังมิได้แสดงความเห็นชอบกับการสืบสวนข้อเท็จจริงที่โจทก์อุทธรณ์ ก็ไม่เป็นเหตุให้จำเลยที่ 1 ไม่มีอำนาจนำข้อเท็จจริงดังกล่าวมาประกอบการพิจารณาและก็ไม่ถือว่าเป็นการไม่ดำเนินการตามขั้นตอนที่ผู้บังคับบัญชาซึ่งมีอำนาจสั่งบรรจุตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 มาตรา 57 จะต้องได้รับการรายงานก่อน เพราะเพียงแต่ความปรากฏต่อผู้บังคับบัญชาซึ่งมีอำนาจสั่งบรรจุตามมาตรา 57 แล้ว ผู้บังคับบัญชาซึ่งมีอำนาจสั่งบรรจุตามมาตรา 57 ก็มีอำนาจที่จะดำเนินการได้ ไม่เป็นการไม่ปฏิบัติตามขั้นตอนมาตรา 90 และมาตรา 91 ดังที่โจทก์อุทธรณ์ จำเลยที่ 1 จึงมีอำนาจที่จะพิจารณาเบื้องต้นว่า กรณีมีมูลที่ควรกล่าวหาว่าโจทก์กระทำผิดวินัยหรือไม่ หาใช่ต้องดำเนินการสืบสวนเสมอไป การที่จำเลยที่ 1 พิจารณาในเบื้องต้นว่ากรณีของโจทก์มีมูลว่ากระทำผิดวินัยแล้วมีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยโจทก์ จึงไม่เป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ 
                   จากพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 มาตรา 100  และกฎ กพ. ว่าด้วยการดำเนินการทางวินัย พ.ศ. 2556 ข้อ 54 เมื่อคณะกรรมการสอบสวนมีเหตุจำเป็นและขอขยายระยะเวลาการสอบสวนเกินกว่าหนึ่งร้อยแปดสิบวันให้ตามที่กฎ ก.พ กำหนดไว้ ย่อมมีความหมายอย่างชัดเจนว่าการสอบสวนวินัยมิได้ถูกบังคับว่าจะต้องกระทำให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวัน แต่ต้องเริ่มดำเนินการสอบสวนภายในเวลาหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่ผู้นั้นพ้นจากราชการ เมื่อจำเลยที่ 1 มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยโจทก์ก่อนที่โจทก์จะเกษียณอายุราชการ ย่อมเป็นการเริ่มกระบวนการสอบสวนภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับจากวันที่โจทก์พ้นราชการแล้ว แม้การสอบสวนจะแล้วเสร็จหลังจากพ้นกำหนดหนึ่งร้อยแปดสิบวันก็ไม่ทำให้การสอบสวนนั้นเป็นการสอบสวนที่ไม่ชอบ การกระทำของจำเลยที่ 3 ถึงที่ 7 ในฐานะกรรมการสอบสวนวินัยและการที่จำเลยที่ 2 มีคำสั่งลงโทษโจทก์ จึงหาใช่เป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อเกิดความเสียหายแก่โจทก์
ส่วนอุทธรณ์ข้ออื่นของโจทก์เป็นปัญหาปลีกย่อย แม้วินิจฉัยไปก็ไม่ทำให้ผลแห่งคดีเปลี่ยนแปลง ศาลจึงไม่จำต้องวินิจฉัย การกระทำของจำเลยทั้งเจ็ดตามที่โจทก์บรรยายฟ้องมาไม่ได้เป็นการปฏิบัติหน้าที่โดย
มิชอบเพื่อให้ความเสียหายแก่โจทก์ จึงไม่เป็นความผิดตามฟ้อง “คำพิพากษาศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง คดีหมายเลขดำ อท.46/2562 คดีหมายเลขแดง 5168/2562” (ค้นโดยนิติกรพร)

8
นิติกรพรขอนำเรียนการที่ทนายความฟ้องคณะกรรมการสภาทนายความ กับพวกรวม 2 คน กรณีที่ทนายความรับเงินค่าธรรมเนียมศาลแล้วแต่ไม่คืนให้ลูกความจึงเป็นการฉ้อโกง ยักยอก หรือตระบัดสินลูกความหรือครอบครองหรือหน่วงเหนียวเงินหรือทรัพย์สินของลูกความที่ตนได้รับมาโดยหน้าที่อันเกี่ยวข้องไว้นานเกินกว่าเหตุโดยไม่ได้รับความยินยอมจากลูกความและไม่มีเหตุผลอันสมควร กล่าวคือ เป็นการประพฤติผิดมรรยาททนายความ ต่อมาจึงมีคำสั่งลบชื่อออกจากทะเบียนทนายความและแก้ไขเป็นห้ามทำการเป็นทนายกำหนด 3 ปี ดังนั้น การที่ศาลปกครองชั้นต้นพิพากษาให้เพิกถอนคำสั่งดังกล่าว แต่ศาลปกครองสูงสุดไม่เห็นพ้องด้วยพิพากษากลับคำพิพากษาของศาลปกครองชั้นต้น เป็นยกฟ้อง (ค้นโดยนิติกรพร) คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด คดีหมายเลขแดงที่ อ. 124/2563

http://www.admincourt.go.th/admincourt/upload/admcase/Document/judgement/PDF/2557/01012-571053-1F-630331-0000656621.pdf


9
นิติกรพรขอนำเรียนการนับอายุความตาม พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดการใช้สิทธิเรียกร้องให้ชำระหนี้ตาม"หนังสือรับสภาพความรับผิด"อายุความ 2 ปี (ค้นโดยนิติกรพร)

http://www.admincourt.go.th/admincourt/upload/admcase/Document/judgement/PDF/2561/08013-610251-2F-621226-0000658206.pdf

10


นิติกรพรขอนำเรีนการที่ นายก อบต.มีคำสั่งลงโทษทางวินัยลดขั้นเงินเดือนปลัด อบต.กรณีที่มีพฤติการณ์มีความขัดแย้งกับผู้บริหาร ไม่ให้ความร่วมมือกับผู้บริหารในการบริหารของ อบต.ตามอำนาจหน้าที่ของปลัด อบต.ไม่ทำตามนโยบายของผู้บริหาร ไม่เข้าร่วมประชุมสภา อบต.ทั้งที่ผู้บังคับบัญชาแจ้งให้เข้าประชุม พฤติการณืดังกล่าวยอมส่งผลกระทบต่อโครงการต่างๆ ของ อบต.เกิดความล่าช้าทำให้เงินงบประมาณของ อบต.ตกเป็นเงินสะสม ทำให้ประชาชนเสียโอกาสที่จะได้รับการพัฒนา กล่าวคือ ปลัด อบต.จึงไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบของทางราชการ ประกอบกับมาตรฐานกำหนดตำแหน่งนักบริหารงานองค์การบริหารส่วตำบลในฐานะเป็นเจ้าหน้าที่งบประมาณ จึงมีความผิดวินัยอย่างไม่ร้ายแรง ดังนั้น การที่นายก อบต.ลงโทษลดขั้นเงินเดือนและ ก.อบต.มีมติให้ลงโทษลดขั้นเงินเดือนจำนวน 1 ขั้น จึงชอบด้วยกฎหมายแล้ว "คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดคดีหมายเลขแดงที่ อบ. 58/2563"(ค้นโดยนิติกรพร)

http://www.admincourt.go.th/admincourt/upload/admcase/Document/judgement/PDF/2558/03012-580119-1F-630616-0000659275.pdf

11
นิติกรพรขอนำเรียนการที่ข้าราชการจงใจไม่ปฏิบัติตามกฎหมายระเบียยของทางราชการอันเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรงเป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง ดังนั้น การลงโทษไล่ออกจากราชการจึงชอบแล้ว "คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ ฟ.13/2563" (ค้นโดยนิติกรพร)

http://www.admincourt.go.th/admincourt/upload/admcase/Document/judgement/PDF/2556/01011-560010-1F-630626-0000659953.pdf

12
นิติกรพรขอนำเรียนการที่ข้าราชการยืมเงินตามสัญญายืมเงินของเทศบาลเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในโครงการแข่งกีฬาโรงเรียนรับเงินมาแล้วไม่ส่งคืนหรือส่งคืนล่าช้าตามระเบียบ ดังนั้น การที่เทศบาลหักเงินเดือนเพื่อชดใช้เงินคืนให้แก่เทศบาลจึงชอบแล้ว "คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด อบ.44/2563" (ค้นโดยนิติกรพร)
http://www.admincourt.go.th/admincourt/upload/admcase/Document/judgement/PDF/2560/03012-600033-1F-630417-0000657197.pdf

13

1.รวมคําวินิจฉัยสํานักงานอัยการสูงสุดที่น่าสนใจ (ค้นโดยนิติกรพร) http://www.lfoathai.com/download.php?download_id=1122
2.หารือสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 2558 (ค้นโดยนิติกรพร)  http://web.krisdika.go.th/data/outsitedata/outsite16/file/2558-1.pdf
3.นิติกรพรขอนำเรียนการที่ขนส่งไม่จดทะเบียนรถยนต์ให้ชอบแล้ว "คำพิพากษาศาลปกครองกลาง คดีหมายเลขแดงที่ 607/2553" (ค้นโดยนิติกรพร) 
http://elaw.dlt.go.th/ElawUpload/Document_Import/LW3-02-07-00003.pdf
4.นิติกรพรขอนำเรียนการฟ้องคดีปกครองขอจดทะเบียนรถยนต์แต่ไม่จดทะเบียนรถยนต์ให้ชอบแล้ว "คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อ.1377/2559" (ค้นโดยนิติกรพร) http://admincourt.go.th/admincourt/upload/admcase/Document/judgement/PDF/2556/01012-561170-1F-591101-0000586031.pdf
5.นิติกรพรขอนำเรียนการให้ออกจากราชการเพราะเล่นพนันบอลไม่ชอบ (ค้นโดยนิติกรพร). http://admincourt.go.th/admincourt/upload/admcase/Document/judgement/PDF/2556/01012-561151-1F-590609-0000585808.pdf
6.ปัญหาถาม-ตอบ เรื่องวินัย (ค้นโดยนิติกรพร) https://www.dol.go.th/personnel/PublishingImages/Pages/%E0%B8%81%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD/100%20%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%95%E0%B8%AD%E0%B8%9A%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%A2%204-7-2559.pdf

14


นิติกรพรขอนำเรียนการที่ข้าราชการครูฟ้องผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษากับพวกกรณีที่ข้าราชการครูถูกดำเนินคดีอาญาคดีฉ้อโกงทรัพย์กับอดีตสามีของผู้เสียหายทั้งห้าคนมีคำสั่งลงโทษตัดเงินเดือน 5 % เป็นเวลา 1 เดือน ต่อมาเพิ่มโทษเป็นไล่ออกจากราชการจึงนำคดีมาฟ้องต่อศาลปกครองให้เพิกถอนคำสั่งดังกล่าว กล่าวคือ การนำคดีมาฟ้องต่อศาลปกครองเมื่อพ้นระยะเวลาตามกฎหมายแล้ว ยกฟ้อง  "คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อ.590/2558" (ค้นโดยนิติกรพร)

http://www.admincourt.go.th/admincourt/upload/admcase/Document/judgement/PDF/2555/01012-550449-1F-580604-0000557363.pdf

15


นิติกรพรขอนำเรียนการที่ข้าราชการครูได้ยักยอกเงินนำเงินอาหารกลางวันไปใช้ส่วนตัวโดยได้เงินมาคืนและทำหนังสือรับสภาพหนี้ซึ่งเป็นการกระทำความผิดวินัยอย่างร้ายแรงฐานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยมิชอบตามกฎหมายหรือระเบียบของทางราชการอันเป็นเหตุให้เสียหายแก่ทางราชการมีคำสั่งปลดออกจากราชการแต่ลดโทษเป็นตัดเงินเดือนร้อยละ 5 เป็นเวลา 2 เดือน ต่อมา อ.ก.ค.จึงมีมติให้ลงโทษไล่ออกจากราชการ ดังนั้น คำสั่งให้ลงโทษไล่ออกจากราชการจึงชอบด้วยกฎหมายแล้ว ยกฟ้อง "คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อ.814/2558" (ค้นโดยนิติกรพร)

http://www.admincourt.go.th/admincourt/upload/admcase/Document/judgement/PDF/2554/01012-540313-1F-580930-0000558499.pdf

หน้า: [1] 2 3 ... 59