ชมรมนิติกร อปท. เว็บไซท์อันดับ ๑ แห่งวงการท้องถิ่น

เกี่ยวกับชมรมนิติกร อปท. แห่งประเทศไทย => กระดานความรู้ฝ่ายวิชาการชมรมฯ => กระดานความรู้จากนิติกรพร => ข้อความที่เริ่มโดย: นายพรนรินทร์ ภูครองหิน ที่ 27-01-2021, 23:26:32

หัวข้อ: กรณีศึกษาการเบิกจ่ายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ที่มีข่าวดัง
เริ่มหัวข้อโดย: นายพรนรินทร์ ภูครองหิน ที่ 27-01-2021, 23:26:32
(https://scontent.fkkc1-1.fna.fbcdn.net/v/t1.0-9/142969009_4984834691587672_4165091776852416066_n.jpg?_nc_cat=111&ccb=2&_nc_sid=b9115d&_nc_eui2=AeEJJHHeNlc-RwV7xOeMW5ngn-85Z9J-Cb-f7zln0n4JvwL7We8j8rMU7IDd4co1Mk6P7AKOD9b_8XY06y3flR0l&_nc_ohc=FZw0y6Q_DFMAX_a5eUX&_nc_ht=scontent.fkkc1-1.fna&oh=8ab747c7ee1a9f2152cc03d1dad3a945&oe=6037F0A2)
(https://scontent.fkkc1-1.fna.fbcdn.net/v/t1.0-9/143798589_4988328731238268_8553053026789891909_n.jpg?_nc_cat=101&ccb=2&_nc_sid=b9115d&_nc_eui2=AeHLa8b6cZP9MszXs1CkHzyP2NHnWq6jjKTY0edarqOMpLFi8SZQw2C9jJi7JJKyBYtqnOxRYv0soSF8CwWbWh9P&_nc_ohc=I2qDpa9GvP4AX8ke5ZZ&_nc_ht=scontent.fkkc1-1.fna&oh=4ccb6257940a67c211df8b7b1b0d6cb1&oe=60375D82)

นิติกรพรขอนำเรียนแนวทางกรณีศึกษาการเบิกจ่ายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ที่มีข่าวดังการเรียกเงินคืนจากผู้สูงอายุที่ขาดคุณสมบัติจะฟ้องเรียกคืนได้หรือไม่ ไปตามดู การที่จำเลยไม่มีสิทธิได้รับเงินช่วยค่าครองชีพผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญตามกฎหมาย แต่โจทก์จ่ายเงินดังกล่าวให้จำเลยไปโดยผิดหลง จึงเป็นเงินที่จำเลยได้รับไว้โดยปราศจากมูลอันจะอ้างกฎหมายได้ และทำให้โจทก์เสียเปรียบอันเป็นลาภมิควรได้ หาใช่เป็นเงินที่โจทก์มีสิทธิติดตามเอาคืนได้อย่างเจ้าของทรัพย์สินไม่ และเมื่อได้ความว่าจำเลยได้รับเงินช่วยค่าครองชีพผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญไว้โดยสุจริตและนำไปใช้จ่ายหมดแล้วก่อนที่โจทก์จะเรียกคืน จำเลยจึงไม่ต้องคืนเงินดังกล่าวแก่โจทก์ตาม ป.พ.พ. มาตรา 412 (ค้นโดยนิติกรพร)
คำพิพากษาฎีกาที่ 10850/2559
    จำเลยไม่มีสิทธิได้รับเงินช่วยค่าครองชีพผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญตามกฎหมาย แต่โจทก์จ่ายเงินดังกล่าวให้จำเลยไปโดยผิดหลง จึงเป็นเงินที่จำเลยได้รับไว้โดยปราศจากมูลอันจะอ้างกฎหมายได้ และทำให้โจทก์เสียเปรียบอันเป็นลาภมิควรได้ หาใช่เป็นเงินที่โจทก์มีสิทธิติดตามเอาคืนได้อย่างเจ้าของทรัพย์สินไม่ และเมื่อได้ความว่าจำเลยได้รับเงินช่วยค่าครองชีพผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญไว้โดยสุจริตและนำไปใช้จ่ายหมดแล้วก่อนที่โจทก์จะเรียกคืน จำเลยจึงไม่ต้องคืนเงินดังกล่าวแก่โจทก์ตาม ป.พ.พ. มาตรา 412
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน จำนวน 221,238.94 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5  ต่อปีของต้นเงิน จำนวน 208,353.13 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์
    จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง
    ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ
    โจทก์อุทธรณ์
 ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำเลยชำระเงิน จำนวน 208,353.13 บาท แก่โจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ
    โจทก์และจำเลยฎีกา
    ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติตามที่โจทก์และจำเลยไม่โต้แย้งกันในชั้นฎีกาว่า ปฏิบัติหน้าที่ราชการ โจทก์จ่ายเงินช่วยค่าครองชีพผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญจำเลยเป็นทายาทของนายพิชัย ข้าราชการในสังกัดกรมโจทก์ซึ่งเป็นสามีจำเลยที่ถึงแก่ความตายในขณะให้จำเลยไป รวมจำนวนทั้งสิ้น 208,353.13 บาท ทั้งที่จำเลยเป็นข้าราชการในสังกัดกรมโจทก์ ซึ่งไม่มีสิทธิได้รับเงินดังกล่าวตาม พระราชกฤษฎีกาเงินช่วยค่าครองชีพผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญ พ.ศ.2521 มาตรา 5 จำเลยได้รับเงินดังกล่าวไว้โดยสุจริตและนำไปใช้จ่ายหมดแล้ว ต่อมาโจทก์ทวงถามให้จำเลยคืนเงินดังกล่าว แต่จำเลยเพิกเฉย 
    มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยข้อแรกว่า เงินช่วยค่าครองชีพผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญที่จำเลยได้รับเป็นลาภมิควรได้ หรือเป็นเงินที่โจทก์มีสิทธิติดตามเอาคืนได้อย่างเจ้าของทรัพย์สิน เห็นว่า จำเลยไม่มีสิทธิได้รับเงินช่วยค่าครองชีพผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญตามกฎหมาย แต่โจทก์จ่ายเงินดังกล่าวให้จำเลยไปโดยผิดหลง จึงเป็นเงินที่จำเลยได้รับไว้โดยปราศจากมูลอันจะอ้างกฎหมายได้ และทำให้โจทก์เสียเปรียบ อันเป็นลาภมิควรได้ หาใช่เป็นเงินที่โจทก์มีสิทธิติดตามเอาคืนได้อย่างเจ้าของทรัพย์สินไม่ แต่เมื่อได้ความว่า จำเลยได้รับเงินช่วยค่าครองชีพผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญไว้โดยสุจริตและนำไปใช้จ่ายหมดแล้วก่อนที่โจทก์จะเรียกคืน จำเลยจึงไม่ต้องคืนเงินดังกล่าวแก่โจทก์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 412 กรณีไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาของจำเลยข้ออื่นและฎีกาของโจทก์อีกต่อไป เพราะไม่เป็นสาระแก่คดีที่จะทำให้ผลแห่งคดีเปลี่ยนแปลง ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังขึ้น
 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้เป็นพับ (ค้นโดยนิติกรพร)