ด้วย กระผม
ว่าที่ร้อยตรี
ชำนาญ
อาจวาที
นิติกร 4 อบต.พระยืน
อ.พระยืน จ.ขอนแก่น
,
สมาชิก-
ชมรมนิติกร
องค์กรส่วนท้องถิ่น
ลำดับที่ 049
โทรศัพท์ 086-6386793
และผ่านการฝึกอบรม
หลักสูตร
นิติกร อปท.
รุ่นที่ 1
อยากขอความอนุเคราะห์
จากพี่ๆ
เพื่อนๆ
นิติกร
กับทั้งผู้มีจิตเป็นกุศลทั่วไป
ได้ร่วมกันแสดงพลังแห่งสายใยหลอมรวมเป็นความห่วงใยไปให้แก่เพื่อนนิติกรด้วยกัน
คือ
นายปราโมทย์
องเพชร
นิติกร 4 อบต.
ไค่นุ่น อ.
ห้วยผึ้ง จ.กาฬสินธุ์
ที่นอนทุพพลภาพจากการประสบอุบัติเหตุ
เมื่อเดือน
กรกฎาคม 2549
ปีที่ผ่านมา
โดยผมขอลำดับเหตุการณ์ดังนี้
ข้อมูลส่วนตัว
( พอสังเขป )
นายปราโมทย์
มองเพชร
ชื่อเล่น
อี๊ด
เกิดที่
อำเภอห้วยผึ้ง
จังหวัด
กาฬสินธุ์
เกิดวันที่ 3
เดือน
กันยายน
พ.ศ. 2513
การศึกษา
นิติศาสตร์บัณฑิต
จาก
มหาวิทยาลัยรามคำแหง
สถานภาพ
สมรส
มีบุตร 2 คน
หญิง
ทั้งหมด
ชื่อ
น้องตอง กับ
น้องฟ้า
อายุประมาณ 5
, 7
ปีตามลำดับ
รับราชการ
เมื่อปี พ.ศ. 2547
โดยใช้บัญชี
จากจังหวัดบุรีรัมย์
สอบได้ในลำดับที่
5
สถานที่รับราชการครั้งแรก
อบต. ร่อนทอง
อ. สตึก จ.
บุรีรัมย์
นิติกร อี๊ด
ได้มีโอกาสเข้ารับการอบรม
หลักสูตร
การดำเนินการทางวินัยพนักงานส่วนท้องถิ่น
รุ่น 1/2549
ณ โรงแรมริเวอร์ไซด์
และ
หลักสูตร
นิติกร อปท.
รุ่นที่ 1
เมื่อวันที่
3-28 ตุลาคม 2548
ซึ่งตลอดระยะเวลา
เข้ารับการอบรม(
หลักสูตร
นิติกรฯ )
ทุกคนจะสนิทสนมกันมาก
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง
นิติกร อี๊ด
จะมีบุคลิกภาพ
ที่เป็นส่วนตัว
คือ อ้วน
เตี้ย ลงพุง
หัวล้านนิดๆ
และเป็นคนพูดคุยสนุกสนาน
เมื่อใดก็ตามที่ใครได้พบปะพูดคุย
ด้วยแล้วก็จะรับรู้ได้เลยว่า
นิติกร อี๊ด
มีความจริงใจ
กับเพื่อนฝูง
ชอบพูดหยอกล้อให้เกิดอารมณ์ขันเสมอๆ
จึง
เป็นสีสันให้กับเพื่อนในรุ่น
....ความสนิทสนมระหว่างอบรม....
ตลอดเวลาเกือบเดือน
ที่อยู่กินนอนด้วยกัน
ผมว่ามันเป็นเวลาที่สามารถพิสูจน์อะไรของคนได้หลายๆอย่างครับ
ซึ่งผมก็รับรู้ได้ด้วยใจครับว่า
นิติกร อี๊ด
เป็นคนหนึ่งที่รักเพื่อนฝูงมากๆและถ้าน้องๆมีปัญหาเวลาขอคำปรึกษาก็จะ
ได้รับข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์มากพอสมควรและผมก็ได้รับรู้ด้วยตัวผมเองตลอดมา
ถึงช่วงงานเลี้ยงสังสรรค์
ก่อนวันจบหลักสูตร
ทุกคนก็จะเห็น
นิติกร
อ้วนๆ ลงพุง
กับ นิติกร
หัวล้านสูงๆ
คือ
นิติกรอี๊ด
สนุกสนานกับงานวันนั้นอย่างเต็มที่บรรยากาศในงานวันดังกล่าวเล่าอย่างไรก็คงไม่หมด
ซึ่งเป็นบรรยากาศและความประทับใจที่ทุกคนมิอาจลืมได้อีกทั้งเป็นการเริ่มต้นที่ดีที่ทำให้นิติกรหลายคนจาก
หลายแห่ง
ได้มาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันและกันตลอดจนสานต่อความสัมพันธ์เป็นพี่เป็นน้องกันก็หลายคน
และด้วยความเป็น
นิติกร
ด้วยกันแล้วยิ่งจะเข้าใจในความรู้สึกของกันและกันมากขึ้นจึงได้นำบรรยากาศส่วนหนึ่ง
ในการอบรมมาเล่าสู่กันฟังครับ
เหตุการณ์พลิกผลัน
เมื่อเดือน
กรกฎาคม 2549
ช่วงเวลาหลังเลิกงาน
นิติกรอี๊ดได้ไปดื่มสังสรรค์กับเพื่อนฝูงและโดยสาร
ไปกับช่างโยธา
อบต.
เดียวกัน
เสร็จแล้วก็จะพากันกลับบ้าน
โดยนิติกร
อี๊ด
นั่งข้างคนขับ!
ระหว่างทางจะมีปั๊ม
น้ำมันอยู่ข้างทางด้านซ้ายและเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นโดยรถตุ๊กๆซึ่งขับออกมาจากปั๊มชนเข้าอย่างจัง
ฝั่งทางด้านคนขับ
ทำให้
นิติกร อี๊ด
หน้ากระแทกคอนโซนด้านหน้า
ทำให้หมดสติ
ฟันหักสามซี่คางแตกเย็บ
และฟกช้ำตามตัว
มีคนที่ขับรถผ่านมาเจอจึงนำส่งโรงพยาบาลร้อยเอ็ด
หลังจากรับทราบข่าวพวกผมจึงเดินทางไปในคืนวันถัดมา
โดยมี
นิติกร มนต์
ทต.นาหว้าใหญ่
จ.อำนาจเจริญ
, นิติกร
อ๊อด อบต.หายโศก
จ. บุรีรัมย์
, นิติกร โม
อบต. พระซอง
จ.นครพนม
ตามมาทีหลัง
โดยมีพี่
นิติกร พงษ์
อบต.รอบเมือง
จ.ร้อยเอ็ด
เข้าไปดูแลแทนเพื่อนๆนิติกรในเบื้องต้น
เมื่อเดินทางไปถึงและต้องเจอสภาพที่
นิติกร อี๊ด
นอนอยู่ในห้องไอซียู
มีสายระโยงระยางเต็มไปหมด
ก็ทำให้อดเป็นห่วงไม่ได้ครับเพราะคนเคยรู้จักกันและติดต่อกันมา
โดยตลอดมาต้องมาประสบเหตุเช่นนี้
นิติกร อี๊ด
อยู่รักษาที่
รพ. ร้อยเอ็ด
ประมาณ 3
เดือน พ่อ
จึงติดต่อ
รพ.
ศรีนครินทร์
จ.ขอนแก่น
เพื่อย้าย
ไปรักษาที่นั่น
จากนั้นก็ได้ย้ายไปที่ดังกล่าว
โดยหมอได้แสกนสมองและปรากฏผลว่าสมองได้รับการกระทบกระเทือน
อย่างแรง
มีเลือดออกในสมองแต่ไม่มาก
และหมอได้ให้ยาสลายลิ่มเลือด
เจาะคอต่อท่อหายใจเจาะท้องเพื่อให้อาหาร
ทางสายยาง
และสวนปัสสาวะ
ตลอดจนทำกายภาพบำบัด
ตลอดเวลาที่อยู่
รพ.ศรีนครินทร์
ผมได้มีโอกาสไปเยี่ยมไข้เกือบทุกสัปดาห์เพราะระยะทางไม่หางจาก
ที่ทำงานมากนัก
ประมาณ 40
กิโลเมตร
และทุกครั้งที่ไปก็จะเห็นพ่อและแม่เฝ้าดูอาการอยู่ไม่ห่าง
และสภาพ
ของนิติกร
อี๊ด
ในตอนนั้น
พุงที่ยื่นก็ยุบเนื้อที่เยอะๆก็รีบเรียว
และมีอาการเกร็งในบางครั้งหากเสลดเยอะพ่อและ
แม่ก็จะ
คอยใช้อุปกรณ์ดูดเสลดออกให้ตามที่หมอสอน
สวนปัสสาวะ
และทำกายภาพบำบัดตลอดเวลาและเมื่อปลายปี
2549
ก็ได้ออกจาก
รพ.ศรีนครินทร์
กลับไปพักฟื้นที่บ้าน
ณ
ปัจจุบัน
นิติกร
อี๊ด
ได้นอนพักฟื้นที่บ้านโดยถอดเครื่องช่วยหายใจ
แต่ยังไม่สามารถที่จะช่วยเหลือตัวเองได้
ทำได้เพียงนอนบนที่นอนลม
ที่มีพ่อและแม่คอยทำกายภาพบำบัดและดูสุขภาพส่วนตัวให้เท่านั้น
โดยจะมี
แม่คอยทำอาหารเหลวให้รับประทานทางสายยาง
โดยการนำแครอท
, ผักใบเขียว
, อกไก่ , ไข่
และ น้ำมัน
มาปั่นผสมให้เข้ากันแล้วกรอกอาหารผ่านทางสายยาง
เหล่านี้พ่อและแม่จะเป็นผู้ดูแลทั้งสิ้น
(
จากการสอบถามแม่
)
เมื่อปลายเดือนที่ผ่านมาพ่อและแม่ได้นำ
นิติกร อี๊ด
ไปตรวจร่างกายที่
รพ.ศรีนครินทร์
จ. ขอนแก่น
และหมอได้สรุปผลอาการล่าสุดว่า
มีอาการไข้สูงพอสมควร
...สมองฝ่อบางส่วน
จะฟื้นคืนมาเหมือนเดิมก็ยาก
และคำสุดท้ายที่หมอบอก
คือ อาจต้องนอนอยู่แบบนี้ตลอดชีวิต
!!... ผมได้ฟังแล้วก็ใจหาย
แต่ก็ได้แต่ทำใจและขอเพียงปาฏิหาริย์ให้เกิดกับ
นิติกร
อี๊ด
จากการสอบถามแม่ก็ยิ่งรู้ซึ้งได้หลายอย่าง
จากคำที่แม่บอกว่า
หากพี่อี๊ดไม่หายเป็นปกติก็ขอให้เพียงตอบสนองกับแม่บ้าง
หากจะมีชีวิตอยู่ต่อไป
ก็ขอให้เสียชีวิตก่อนพ่อกับแม่
เพราะเกรงว่า
ถ้าพ่อและแม่เสียชีวิตไปแล้วก็ไม่แน่ใจว่าใครจะดูแลลูกได้ดี
เท่าที่แม่กับพ่อดูแลอยู่ขณะนี้
เพราะภรรยาก็ดูแลลูกๆ
กับทั้งขายของจึงไม่มีเวลาดูแลเท่าพ่อกับแม่
เมื่อได้ยินคำนี้แล้วทำให้รู้ค่าของพระคุณของพ่อและพระคุณของแม่.......มากขึ้นเป็นทวีคูณ
นอกจากนั้น
ท่านยังพูดอีกว่า
ทุกครั้งก่อนนอนจะอธิษฐานจิต
ขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์ดลบันดาลให้ลูกได้มีอาการที่ดีขึ้นกว่านี้
ตลอดจนสิ่งไหนดีๆ
ที่ชาวบ้านบอกก็ทำตามและสิ่งหนึ่งที่ภาวนาก็
คือ
ขอให้มีปาฏิหาริย์เกิดกับลูก
ทุกครั้งที่ผมโทรไปหา
พ่อ-แม่
เพื่อถามอาการ
นิติกร อี๊ด
ก็จะได้รับข้อคิดดีๆหลายอย่าง
กลับมาเสมอครับ
ไม่ว่าจะเป็น
....ผลของการดื่มเหล้าก็เป็นแบบนี้แหละลูก
(หากกลับก่อนคงอาจไม่เกิดเหตุการณ์แบบนี้
) ,
พ่อแม่ก็รักลูกอยู่เหมือนเดิมไม่ว่าจะอยู่สภาพแบบไหน
,
ตลอดจนเป็นไปได้ไม่อยากให้มีการขายเหล้า......
เหล่านี้ก็สามารถนำมาเตือนสติตนเองได้ตลอดเวลาครับ
ดังนั้น
พูดได้ด้วยใจจริงที่เคารพและศรัทธาในตัวพ่อและแม่ทุกๆ
ท่านเลยครับว่า
คนที่รักเราจริงแท้และสามารถกล่าวได้เลยว่าตายแทนเราได้เราได้ไม่มีใครนอกจาก
พ่อกับแม่
และอีกคำๆหนึ่งที่จะได้ยินคนเขาชอบพูดกัน
คือ
แม่คนเดียวสามารถเลี้ยงลูกหลายคนได้
แต่ทำไมลูกหลายคนเลี้ยงแม่คนเดียวไม่ได้
สุดท้ายนี้
ทุกตัวอักษร
ทุกข้อความ
ที่ท่านได้อ่านมาทั้งหมดนี้
อาจทำให้มีใครบางคนรู้สึกไม่สบายใจหรือคิดเป็นอื่นไปได้
ผมก็ต้องขอน้อมรับไว้แต่เพียงผู้เดียว!!!
เพราะด้วยใจจริงแท้ไม่มีเจตนาเป็นอื่นใด
นอกจากอยากขอให้ท่านที่อ่านข้อความทั้งหมดนี้
ร่วมเป็นหนึ่งของสายธารน้ำใจอันใสบริสุทธิ์ที่จะเป็นกำลังใจให้คนที่คอยดูแล
อยู่นี้ได้รับรู้และ
มีกำลังใจต่อไปว่า
ยังมีเพื่อนร่วมสายงานและคนที่มีจิตกุศลร่วมแบ่งปันน้ำใจยังไม่หางหายไปจากสังคมไทย
เพื่อให้ทุกท่านร่วมกันพิจารณาตามกำลังของตนเองครับว่าจะช่วยเหลือในด้านใดได้บ้าง
และนิติกร
คนหนึ่ง
ที่ทำให้ผมต้องขอน้ำใจจากทุกๆท่าน
คือ พี่ จิ
นิติกร อบต.บางงาม
จ.สุพรรณบุรี
(ขออนุญาตที่เอ่ยนาม)
ซึ่งผมก็คิดว่าน่าจะเป็นการดี
จึงได้ดำเนินการในครั้งนี้
พ่อและแม่นิติกร
อี๊ด
ไม่ได้ต้นเริ่มแนวคิดแต่อย่างใด
ท่านเพียงเป็นผู้ให้ข้อมูลด้านต่างๆ
เท่านั้น
ผมก็หวังว่าทุกท่านจะเข้าใจและร่วมกันเป็นส่วนหนึ่งของสายธารน้ำใจในครั้งนี้
โดยสามารถแบ่งปันน้ำใจผ่านทางบัญชีเงินฝากได้ที่
...
ผมได้รับการประสาน
จากพ่อ นิติกร อี๊ด
เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2550
เพื่อเปลี่ยนแปลงเลขที่บัญชี
สำหรับการช่วยเหลือ
นิติกร อี๊ด จากบัญชี
นิติกร อี๊ด
อันเนื่องมาจาก
บัตรถูกอายัด.
มาเป็น บัญชี ....พ่อ.... นิติกร
อี๊ด
รายละเอียดดังนี้
ชื่อบัญชี..........ร.ต.ต.อุดม
มองเพชร
เลขที่บัญชี........ 416 - 1 - 13874 - 1
ธนาคาร ......กรุงไทย สาขา........
กุฉินารายน์
เรียนมาเพื่อโปรดพิจารณา
-
ที่อยู่บ้านของ
พ่อ นิติกร
อี๊ด
หากอยากให้กำลังใจทางจดหมาย
ชื่อ ..... ร.ต.ต.
อุดม
มองเพชร....
บ้านเลขที่....31
หมู่ 16 ตำบล....นิคมห้วยผึ้ง
อำเภอ....
ห้วยผึ้ง
จังหวัด....กาฬสินธุ์
รหัสไปรษณีย์
46204
เบอร์โทรศัพท์
086-8525590
****ขอดลบันดาลให้สิ่งศักดิ์ทั้งหลาย
ที่ทุกท่านเคารพนับถือ
จงคุ้มครองดูแลและรักษา
ให้แคล้วคลาดจากภยันตรายใดๆ
ทั้งปวง
กับทั้งขอผลบุญที่ท่านทำนั้น
ส่งผลให้ครอบครัวของท่านมีแต่ความสุข
ความเจริญ
ยิ่งๆขึ้นไป
หากใครมีทุกข์
ก็ขอให้พ้นทุกข์
ทั้งปวง
เทอญ ***